ธนาคารในประเทศจีนได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (U.S. Treasuries) ต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสกุลดอลลาร์ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีแนวโน้มช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินหยวน และเกิดขึ้นในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวระบุว่า การเข้าซื้อพันธบัตรครั้งนี้ยังไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน และสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของธนาคารพาณิชย์จีน อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีมูลค่าเงินเท่าใด หรือการเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลต่อภาพรวมการถือครองพันธบัตรสหรัฐของจีนมากน้อยเพียงใด
สำหรับธนาคารจีนจำนวนมาก พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอยู่ในระดับต่ำมาก ขณะที่การลงทุนอย่างหนักในตลาดพันธบัตรภายในประเทศก็เริ่มได้รับความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเช่นกัน
ในด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสกุลดอลลาร์ ธนาคารรัฐขนาดใหญ่ของจีนกลุ่ม “บิ๊กไฟว์” ได้กำหนดเพดานไว้ที่ 2.8% ตั้งแต่ปี 2023 อย่างไรก็ตาม ผู้ฝากเงินที่มียอดคงเหลือมากกว่า 50,000 ดอลลาร์สามารถต่อรองอัตราดอกเบี้ยได้สูงกว่า 3% ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และบางธนาคารขนาดเล็กหรือธนาคารต่างชาติสามารถเสนออัตราได้เกือบ 4% ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ธนาคารที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกรรมดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ธนาคารบางแห่งยังใช้การโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อดึงดูดลูกค้าให้ฝากเงินสกุลดอลลาร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย
หลังจากต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากในระดับ 3% ถึง 4% แล้ว ธนาคารยังสามารถนำเงินไปสร้างรายได้จากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐได้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 จุดพื้นฐานนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ระดับ 4.76% จากแรงกดดันเงินเฟ้อ ความกังวลด้านหนี้สหรัฐ และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
แหล่งข่าวในภาคธนาคารอีกรายระบุว่า “โดยพื้นฐานแล้ว ผลตอบแทนในประเทศอยู่ในระดับต่ำเกินไป ดังนั้นธนาคารจึงจำเป็นต้องดึงดูดเงินฝากดอลลาร์เพื่อนำไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ” พร้อมระบุว่าธนาคารถูกผลักดันให้ดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากภาวะ “ขาดแคลนสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าสนใจ”
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าธนาคารยังคงระมัดระวังในการแปลงเงินหยวนเป็นดอลลาร์ด้วยตนเอง เนื่องจากอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ
ทั้งนี้ แหล่งข่าวทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยต่อสาธารณะ และปฏิเสธที่จะระบุชื่อ ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นที่รอยเตอร์ส่งไปทางแฟกซ์
ในอีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวในภาคธนาคารระบุว่า ขณะนี้จีนมีสภาพคล่องเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามการส่งออกที่เติบโตและดุลการค้าที่เกินดุลในระดับสูง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ยอดเงินดังกล่าวอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.9% จากปีก่อนหน้า และในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นรวม 121,200 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของธนาคารกลางจีน
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากดอลลาร์ยังทำให้การถือครองเงินดอลลาร์มีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับการแปลงเป็นเงินหยวน โดยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหยวนของธนาคารรัฐขนาดใหญ่ยังอยู่เพียง 0.95% เท่านั้น
ธนาคารขนาดเล็กเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากดอลลาร์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ส่งผลให้ธนาคารขนาดใหญ่ต้องปรับตามเพื่อรักษาเงินทุนสกุลดอลลาร์ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวอีกรายหนึ่ง
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณว่าจีนกำลังพยายามชะลอการแข็งค่าของเงินหยวน ขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศยังคงเผชิญแรงกดดัน
แหล่งข่าวระบุว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นสามารถดูดซับเงินดอลลาร์ในระบบ และช่วยป้องกันไม่ให้เงินหยวนแข็งค่าเร็วเกินไป ขณะเดียวกันการนำเงินไปลงทุนต่างประเทศยังช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรภายในประเทศ
เงินหยวนถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งค่ามากเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยแข็งค่าขึ้นเกือบ 9% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และนับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดพันธบัตรจีนก็กลายเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนแข็งแกร่งที่สุดในโลก
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าธนาคารกลางจีนได้ทำการสำรวจกองทุนรวมเกี่ยวกับการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางมีความกังวลต่อแรงกดดันด้านอัตราผลตอบแทน
ทั้งนี้ ยังคงต้องจับตาว่าการเข้าซื้อพันธบัตรสหรัฐของธนาคารจีนในช่วงหลังจะสามารถเพิ่มระดับการถือครองพันธบัตรสหรัฐของจีนโดยรวมได้มากน้อยเพียงใด
ข้อมูลการถือครองพันธบัตรสหรัฐของจีนผ่านผู้รับฝากในสหรัฐลดลง 13% จากปีก่อนหน้า เหลือ 633,400 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนกันยายน 2008 และต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของระดับสูงสุดในปี 2013 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอาจไม่สะท้อนภาพรวมที่แท้จริง เนื่องจากการถือครองบางส่วนอาจถูกซ่อนอยู่ผ่านโครงสร้างผู้รับฝากในศูนย์การเงิน เช่น ลักเซมเบิร์ก หรือหมู่เกาะเคย์แมน
อ้างอิง : Reuters







