ข้อมูลจาก Marissa Salim ผู้ดำรงตำแหน่ง Senior Research Lead ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ World Gold Council (WGC) | 3 กันยายน 2569
ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเพิ่มการจัดสรรทองคำเข้าทุนสำรองในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยธนาคารกลางจีนและโปแลนด์ยังคงเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ตามรายงานของ Marissa Salim ผู้ดำรงตำแหน่ง Senior Research Lead ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ World Gold Council (WGC)
ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสมทองคำต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม โดยมีการซื้อสุทธิรวม 23 ตัน ขณะที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางจีนที่ซื้อเพิ่ม 20 ตัน และโปแลนด์ที่ซื้อเพิ่ม 8 ตัน เป็นผู้นำการซื้อในรอบนี้
ในเดือนกรกฎาคม ยังมีธนาคารกลางอื่นที่เข้าซื้อทองคำอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ธนาคารกลางเช็ก ที่ซื้อทองคำ 2 ตัน ซึ่งนับเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 41 ติดต่อกัน ขณะที่ ธนาคารกลางคาซัคสถาน ธนาคารกลางมาเลเซีย และ ธนาคารกลางโบลิเวีย ต่างซื้อทองคำเพิ่มประเทศละ 1 ตัน โดยคาซัคสถานมีทองคำคิดเป็น 75% ของทุนสำรองทั้งหมด
ในด้านการขาย รัสเซีย เป็นผู้ขายสุทธิรายใหญ่ที่สุดในเดือนกรกฎาคม โดยขายออก 6 ตัน รองลงมาคือ ตุรกี จอร์แดน และ อุซเบกิสถาน ที่ขายออกประเทศละ 1 ตัน
เมื่อพิจารณาตั้งแต่ต้นปี (year-to-date) โปแลนด์ยังคงเป็นประเทศที่ซื้อทองคำมากที่สุด โดยซื้อแล้วรวม 90 ตันในปีนี้ โดยประเทศมีการสะสมทองคำรวมแล้ว 640 ตัน จากเป้าหมาย 700 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 28% ของทุนสำรองทั้งหมด
ขณะเดียวกัน จีนได้เพิ่มทองคำสำรองรวม 60 ตันในปี 2026 ซึ่งเป็นอันดับสองรองจากโปแลนด์ และเดือนกรกฎาคมถือเป็นการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ของธนาคารกลางจีน โดยปัจจุบันทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของจีนอยู่ที่ประมาณ 2,366 ตัน หรือคิดเป็น 8% ของทุนสำรองทั้งหมด และเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่อันดับ 6 ของโลก ทั้งนี้ WGC ระบุว่าธนาคารกลางจีนเพิ่มการซื้อในระดับ “สองหลักต่อเดือน” ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 เป็นต้นมา
สำหรับธนาคารกลางอุซเบกิสถานมีการซื้อทองคำสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 40 ตัน โดยผู้ว่าการธนาคารกลาง ทิมูร์ อิชเมตอฟ ระบุว่าทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด แต่ก็มีแผนพิจารณาขายบางส่วนเมื่อราคาปรับตัวเหมาะสม เพื่อบริหารทุนสำรองโดยรวมอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันทองคำของอุซเบกิสถานคิดเป็น 87% ของทุนสำรองทั้งหมด หรือราว 431 ตัน
ด้านคาซัคสถานสะสมทองคำแล้ว 29 ตันในปีนี้ และอยู่ในกลุ่ม 5 ประเทศที่ซื้อทองคำมากที่สุด ขณะที่มาเลเซียและโบลิเวียถือเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาดทองคำ โดยมีการสะสมทองคำอยู่ที่ 6 ตันและ 2 ตันตามลำดับ ส่วนธนาคารกลางเช็กซื้อเพิ่ม 12 ตันในปีนี้ ส่งผลให้ถือครองทองคำเพิ่มเป็น 6% ของทุนสำรอง หรือประมาณ 84 ตัน
โดยรวม ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำรวมประมาณ 130 ตันในปีนี้ ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ราว 160 ตัน
ในฝั่งผู้ขาย รัสเซียขายทองคำรวมแล้ว 50 ตันในปี 2026 ทำให้ปริมาณถือครองลดลงเหลือ 2,277 ตัน ขณะที่ตุรกีขายทองคำรวม 85 ตันตั้งแต่ต้นปี
WGC ยังระบุว่าการโอนทองคำของธนาคารกลางบัลแกเรีย 2 ตันไปยังธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อรองรับการเข้าสู่ระบบเงินยูโรนั้นไม่ได้ถูกนับรวมในข้อมูลชุดนี้ ขณะที่ตัวเลขของอาเซอร์ไบจานสะท้อนทองคำของกองทุนน้ำมันแห่งรัฐ (SOFAZ)
ในด้านความเคลื่อนไหวเชิงนโยบาย ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) กลับมาจัดสรรทองคำเข้าสู่พอร์ตสำรองอีกครั้งในรอบ 13 ปี โดยลงทุนผ่านกองทุน ETF ทองคำ มูลค่าประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2 ตัน พร้อมทั้งมีแผนซื้อทองคำที่ผ่านการกลั่นในประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยงและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ร้องขอให้ส่งคืนทองคำมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์จากธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) เพื่อใช้ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานหลังเหตุแผ่นดินไหวปี 2026 โดยก่อนหน้านี้เวเนซุเอลาไม่สามารถเข้าถึงทองคำดังกล่าวตั้งแต่ปี 2018 เนื่องจากสหราชอาณาจักรไม่รับรองรัฐบาลชุดปัจจุบัน
ด้าน ธนาคารกลางนามิเบีย ได้ประกาศแผนเพิ่มสัดส่วนทองคำสำรองจาก 1% เป็น 3% ภายในเดือนมีนาคม 2027 โดยได้ลงนามข้อตกลงซื้อทองคำกับบริษัทเหมืองในประเทศตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการเพิ่มทุนสำรองทองคำของประเทศในระยะยาว
ที่มา : Kitco










