ประเทศเนเธอร์แลนด์ กลายเป็นประเทศล่าสุดที่ตัดสินใจเคลื่อนย้ายทองคำออกจากสหรัฐ โดยธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ ประกาศย้ายทองคำสำรอง 86 ตันจากนิวยอร์กและแคนาดาไปยังลอนดอน โดยให้เหตุผลว่า “ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น” ทำให้ต้องปรับโครงสร้างการถือครองทองคำให้มีความสมดุลมากขึ้นระหว่างอเมริกาเหนือ สหราชอาณาจักร และในประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความพร้อมในการใช้งานในยามวิกฤต
ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ยังระบุว่า ทองคำที่เก็บไว้กับ ธนาคารกลางอังกฤษ ในลอนดอนต้องเป็นทองคำที่ผ่านมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ ทำให้สามารถซื้อขายได้ง่ายที่สุดในโลก และสามารถนำมาใช้ได้รวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกับทองคำที่เก็บไว้ในนิวยอร์กหรือออตตาวา
ก่อนการย้ายครั้งนี้ เนเธอร์แลนด์เก็บทองคำ 31.3% ไว้ในนิวยอร์ก และ 19.7% ในแคนาดา แต่หลังจากปรับโครงสร้าง ทั้งสองประเทศเหลือสัดส่วนเท่ากันที่ 18.5% ขณะที่ลอนดอนเพิ่มขึ้นเป็น 32.1% และอีก 30.8% อยู่ภายในประเทศ
ในยุโรป “ฝรั่งเศส” ถือเป็นอีกประเทศที่ดำเนินการลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้ โดย ธนาคารกลางฝรั่งเศส ได้ขายทองคำ 129 ตันที่เก็บไว้ใน ธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก ช่วงปี 2025–2026 แล้วนำเงินไปซื้อทองคำใหม่ในยุโรป และเก็บไว้ในปารีส ทำให้ทองคำสำรองทั้งหมดราว 2,437 ตันอยู่ภายในประเทศ
แนวโน้มนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ เยอรมนี เคยย้ายทองคำ 300 ตันกลับจากสหรัฐมายังแฟรงก์เฟิร์ตในปี 2017 ภายใต้แผนเพิ่มสัดส่วนทองคำที่เก็บในประเทศ แม้ว่ายังมีทองคำราว 36.6% คงอยู่ในนิวยอร์ก
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประเทศจะรีบนำทองคำกลับ เยอรมนี และ อิตาลี เคยเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้ดึงทองคำมูลค่ากว่า 245,000 ล้านดอลลาร์กลับจากสหรัฐ แต่ทั้งสองประเทศยังคงเลือกเก็บไว้บางส่วนในนิวยอร์ก โดยเยอรมนีและอิตาลีถือทองคำมากเป็นอันดับ 2 และ 3 ของโลกที่ 3,352 ตัน และ 2,452 ตันตามลำดับ ขณะที่ สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกที่ 8,133 ตัน
ในปัจจุบัน ยังมีหลายประเทศที่เก็บทองคำไว้กับธนาคารกลางสหรัฐ เช่น
- เยอรมนี เก็บประมาณ 36.6% ของทุนสำรองในนิวยอร์ก
- เลบานอน เก็บราว 40%
- อินเดีย กระจายเก็บหลายประเทศรวมถึงสหรัฐ
- อิตาลี เก็บมากกว่า 43% ในสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ครบทั้งหมด เนื่องจากหลายประเทศไม่ได้เปิดเผยสถานที่จัดเก็บทองคำสำรอง
ตัวอย่างสำคัญของการ “นำทองกลับประเทศ” คือ เวเนซุเอลา ภายใต้การนำของ Hugo Chavez ซึ่งได้ดึงทองคำประมาณ 160 ตันกลับประเทศภายในปี 2012 เพื่อปกป้องความมั่งคั่งของชาติจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก พร้อมระบุว่าเป็นการยืนยันอธิปไตยทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม เวเนซุเอลายังคงมีทองคำประมาณ 31 ตันที่ถูกเก็บไว้ในลอนดอน และไม่สามารถนำกลับได้ เนื่องจากข้อพิพาททางการเมืองกับ Nicolas Maduro ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร
อ้างอิง : Yahoo Finance








