ข่าวสารการลงทุน

“กองทุนยักษ์ทั่วโลกกลับเข้าซื้อทองคำอีกครั้ง” หลังราคาปรับฐาน แต่เตือนการทะลุ $4,600 อาจไม่ใช่เรื่องง่าย

04 กันยายน 2569|16:35 น.

ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่ที่สุดของโลกหลายแห่งเริ่มกลับเข้าซื้อทองคำอีกครั้ง หลังจากราคาทองปรับตัวลดลง โดยให้เหตุผลว่าปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของทองคำยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะมีท่าทีเข้มงวดมากขึ้นต่อเงินเฟ้อก็ตาม

บริษัท Amundi ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในยุโรป เข้าซื้อทองคำโดยคาดว่าราคาทองจะกลับไปที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2026

ขณะเดียวกัน ผู้จัดการกองทุนจาก Pictet Asset Management, Robeco Institutional Asset Management และ Fidelity International ต่างก็เพิ่มการถือครองทองคำกลับเข้ามาหลังจากก่อนหน้านี้ได้ลดพอร์ตลงในช่วงที่ราคาทองปรับตัวลงจากจุดสูงสุดในปี 2026

ลอเรนโซ ปอร์ตัลลี หัวหน้ากลยุทธ์ข้ามสินทรัพย์ของ Amundi Investment Institute ระบุว่า “ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่เรามองว่ามีมูลค่าต่ำ เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่ดี และมีสภาพคล่องค่อนข้างสูง”

อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่า บริษัทจะยังไม่เพิ่มการซื้อเพิ่มเติมในเดือนสิงหาคมจนกว่าจะเห็นความชัดเจนของทิศทางดอกเบี้ยจาก Fed มากขึ้น

ประเด็นนี้สอดคล้องกับมุมมองของผู้จัดการกองทุนมากกว่าสิบราย ซึ่งบริหารสินทรัพย์รวมกันราว 27 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเกือบทั้งหมด ทั้ง BNP Paribas Asset Management และ Manulife John Hancock Investments ต่างมีการกลับเข้าซื้อทองคำ หรือยังคงรักษาน้ำหนักการลงทุนในทองคำในระดับเชิงบวก

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนหลายรายระบุว่า การที่ราคาทองจะสามารถทะลุแนวต้านล่าสุดแถว 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะไม่เกิดขึ้นอย่างราบรื่น

แรงกดดันสำคัญมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น และความคาดหวังว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปี 2026 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นลบต่อทองคำ เนื่องจากทองคำไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย

นักลงทุนยังจับตาความเห็นของประธาน Fed เควิน วอร์ช ในการประชุม Jackson Hole เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งเตือนว่าเงินเฟ้อสหรัฐยังไม่ได้ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญไปสู่เป้าหมาย 2% ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังต่อการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

แม้จะมีปัจจัยกดดันดังกล่าว นักลงทุนระยะยาวยังคงเชื่อมั่นว่าทองคำมีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุน โดยมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในภาพรวม

อาร์โนต์ ฟาน ไรจ์น ผู้จัดการพอร์ตจาก Robeco กล่าวว่าทองคำ “กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ” และ “กลายเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตลงทุนปกติไปแล้ว”

หลังจากราคาทองพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนแตะระดับสูงสุดใกล้ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนมกราคม 2026 จากแรงเก็งกำไร ก่อนจะปรับตัวลงตลอดปี โดยในเดือนมิถุนายนราคาลดลงมาใกล้ 4,000 ดอลลาร์จากแรงกดดันด้านพลังงานและเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในอิหร่าน ทำให้ช่วงดังกล่าวกลายเป็นจังหวะที่นักลงทุนเริ่มกลับเข้าซื้ออีกครั้ง

ไมเคิล คุกจิโน ประธานกองทุน Permanent Portfolio Family of Funds ระบุว่า “การปรับตัวลงมาที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ หากยังไม่ได้ถือทองอยู่ ถือว่าเป็นจังหวะเข้าซื้อที่ดีมาก”

เขาเสริมว่าปัจจัยมหภาคระยะยาวยังคงสนับสนุนทองคำ และคาดว่าจะเห็นรูปแบบ “จุดสูงใหม่และจุดต่ำที่สูงขึ้น” ในระยะถัดไป

ด้านโซฟี ฮุยห์ จาก BNP Paribas ให้เหตุผลว่าการกลับเข้าซื้อทองคำได้รับแรงหนุนจากความสัมพันธ์ระหว่างทองคำกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ที่ลดลง ซึ่งสะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงกลับมาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงเก็งกำไร

เธอกล่าวว่า “ฟองของทองคำเริ่มคลายตัวลงแล้ว” และปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในตอนนี้คือการซื้อของธนาคารกลาง และการจัดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง

ข้อมูลจาก Commodity Futures Trading Commission ยังสะท้อนว่าตำแหน่งซื้อสุทธิของกองทุนฟิวเจอร์สทองคำปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดของปี 2026 ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 สิงหาคม

ขณะเดียวกัน เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates เตือนว่านักลงทุนควรลดการถือครองพันธบัตร และเพิ่มสัดส่วนทองคำได้ถึง 15% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้สหรัฐ

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี จนกระทรวงการคลังสหรัฐต้องประกาศเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อเสถียรภาพอัตราผลตอบแทน

ความเคลื่อนไหวนี้ยังทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอีกครั้ง และทำให้ตลาดกลับมาพูดถึงแนวคิด “debasement trade” หรือการย้ายเงินออกจากดอลลาร์เข้าสู่สินทรัพย์แข็ง เช่น ทองคำและบิตคอยน์ ท่ามกลางความกังวลต่อความน่าเชื่อถือทางการคลังของสหรัฐ

ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าความกังวลต่อดอลลาร์อาจถูกมองเกินจริง แต่ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการกระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์สหรัฐจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อราคาทองในระยะยาว

แม้จะไม่มีสกุลเงินใดเข้ามาแทนที่ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน แต่แนวโน้มการกระจายพอร์ตอย่างค่อยเป็นค่อยไปยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองในอนาคต

ที่มา : The Business Times

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
yuan

ธนาคารจีนเร่งปรับกลยุทธ์ ดึงเงินดอลลาร์ก่อนนำไปลงทุนพันธบัตรสหรัฐ ท่ามกลางแรงกดดันค่าเงินหยวน

16:29 น.

 
ตลาดทองคำ

หลายประเทศทยอยดึงทองคำออกจากสหรัฐ สะท้อนความกังวลภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มถือครองในประเทศ

14:30 น.

 
wgc

ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าซื้อทองต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม นำโดยจีนและโปแลนด์ – World Gold Council

12:12 น.

 
jd vance web

รอง ปธน.สหรัฐ จี้ “เฟด” ลดดอกเบี้ย สวนทางประธานส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

10:00 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า