แนวโน้มราคาทอง
Sideways Down
- ทองลงหลังดอลลาร์ทรงตัว, สหรัฐฯ – อิหร่านเสี่ยงดีลล่ม ขณะอดีตปธ.เฟดนิวยอร์กเตือนภัยเงินเฟ้อ
Gold spot
สูงสุด – 4,464 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,366 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 68,250 บาท
ต่ำสุด – 67,800 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแข็งค่า ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังสหรัฐฯ และเส้นทางเดินเรือพาณิชย์สำคัญของโลก อีกทั้งทางฝั่งคูเวตได้รายงานการตรวจพบและสกัดภัยคุกคามจากขีปนาวุธ / โดรน ของอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งอาจขยายวงกว้างในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ นายฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟด ได้แสดงความกังวลว่า เงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แม้ว่าเงินเฟ้อจะลดลงในช่วงปลายปี 2026 เมื่อผลกระทบจากกำแพงภาษีของปธน.ทรัมป์ และภาวะ Supply Shock ทางพลังงานเริ่มเบาบางลง แต่เจฟเฟอร์สันก็ยังมองว่าความเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อนั้นเอนเอียงไปทางปรับตัวสูงอยู่ดี จากปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้เงินเฟ้อขยายตัวต่อเนื่อง และอาจทำให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน / ทั่วไป เทียบรายเดือน / รายปี เดือน เม.ย., จีดีพีไตรมาส 1 (ประมาณการครั้งที่ 2) q/q, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดขายบ้านใหม่เดือน เม.ย. (ยูนิต)
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้าที่ผ่านมา ราคาทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,366 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า หากทองโลกยังสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าว อาจปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,402 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกยังปรับฐานหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,350 ดอลลาร์ ทองโลกอาจมีความเสี่ยงปรับฐานลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,366 และ 4,350 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,402 และ 4,426 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,366 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,350 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,402 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 67,650 และ 67,350 บาท
แนวต้าน 68,000 และ 68,250 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมหากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 67,650 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 67,350 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่บริเวณแนวต้านที่ 68,000 บาท











