แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองย่อตัว ขานรับดอลลาร์ทรงตัวและ IMF
เตือนเงินเฟ้อ แต่น้ำมัน / บอนด์ยีลด์ร่วง
Gold spot
สูงสุด – 4,383 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,342 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 68,950 บาท
ต่ำสุด – 68,600 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการย่อตัวลงระยะสั้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัวที่ระดับ 100.0 หน่วย ในขณะที่ทาง IMF ได้เตือนถึงเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อเรื้อรังและอาจไม่สามารถแก้ไขได้โดยเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผลกระทบต่อสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจจริง (Main Street) ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งทะลุ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ประกอบกับต้นทุนค่าระวางเรือที่พุ่งสูงจากการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มธุรกิจ SME ในสหรัฐฯ อยู่ในภาวะที่สั่นคลอน จากปัจจัยข้างต้น อาจหนุนให้เฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย เป็นลบกับทองคำ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI รวมถึงบอนน์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีการปรับตัวลง หลังตลาดจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.ย. นี้ เกี่ยวกับประเด็นด้านภาษีศุลกากร แร่ธาตุ และอาจรวมถึงประเด็นช่องแคบฮอร์มุซที่จีนได้มีการคุยกับ รมว.ต่างประเทศอิหร่านก่อนเดินทางไปยังสหรัฐฯ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกอยู่ในระยะ Sideways โดยมีแนวโน้มแกว่งตัวอยู่ในกรอบแนวรับที่ 4,325 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 4,395 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ / ต้านดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,310 ดอลลาร์ ทองโลกอาจย่อตัวลงต่อเนื่อง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,345 และ 4,325 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,395 และ 4,410 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,345 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,325 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,395 และ 4,410 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 68,500 และ 68,300 บาท
แนวต้าน 68,900 และ 69,100 บาท
แนะนำทยอยซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 68,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,300 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 68,900 บาท











