แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น หลังดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์ ย่อตัว ขณะที่สันติภาพสหรัฐฯ – อิหร่าน มีความคืบหน้า
Gold spot
สูงสุด – 4,579 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,523 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 70,200 บาท
ต่ำสุด – 69,950 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์ มีการย่อตัวลง ในขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจมีข่าวดีในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ ได้ระบุว่า ตนจะไม่เร่งรีบในการทำข้อตกลง โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่ากระบวนการปรับปรุงถ้อยคำในร่างสัญญายังคงดำเนินอยู่ และอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวันในการรับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากทั้งสองฝ่าย จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า สันติภาพระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน อาจนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวก ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น จากความคาดหวังราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดอาจลดลงในอนาคต อย่างไรก็ตาม FedWatch Tool ของ CME Group ได้ปรับคาดการณ์เพิ่มเป็น 98.1% จาก 96.0% เมื่อวันศุกร์ว่า เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งถัดไป ทำให้ตลาดยังคงต้องจับตาเงินเฟ้อ / ราคาน้ำมัน รวมถึงการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน อย่างใกล้ชิดต่อไป
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้า ราคาทองโลกยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้านที่ 4,580 ดอลลาร์ ขึ้นไปได้ จึงประเมินว่า
ทองโลกอาจปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,545 ดอลลาร์ และอาจสามารถฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับดังกล่าว แต่หากทองโลกปรับตัวลงหลุดแนวรับที่ 4,520 ดอลลาร์ลงไป ราคาอาจมีการปรับฐานลงต่อเนื่อง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,545 และ 4,520 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,580 และ 4,600 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,545 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,520 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,580 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 70,050 และ 69,900 บาท
แนวต้าน 70,200 และ 70,300 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยแบ่งขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 70,200 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่ หากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 70,050 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 69,900 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











