สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อิหร่านเปิดเผยเงื่อนไขสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ โดยระบุว่าการยุติสงครามและปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับสหรัฐ ขณะที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สนใจกลับไปใช้กรอบข้อตกลงที่สหรัฐและอิหร่านเคยตกลงกันเมื่อเดือนมิถุนายน และเลือกเดินหน้ากดดันเตหะรานทางเศรษฐกิจแทน
โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Al Manar ของเลบานอนว่า ความเข้าใจใด ๆ ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ จะต้องรวมถึงการยุติสงครามและปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ฉนวนกาซา และซีเรีย
เรซาอีระบุว่า สงครามในฉนวนกาซาจะต้องยุติลง อิสราเอลต้องถอนกำลังออกจากเลบานอน และยุติการโจมตีซีเรีย โดยอิหร่านมองว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถแยกออกจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวมได้
นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้สหรัฐแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการปฏิบัติตามพันธกรณีเหล่านี้ ก่อนที่จะสามารถสร้างความไว้วางใจครั้งใหม่ระหว่างทั้งสองฝ่ายได้
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่สหรัฐและอิหร่านจะกลับเข้าสู่กระบวนการทางการทูตในเร็ว ๆ นี้ยังไม่ชัดเจน หลัง The Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่มีความสนใจที่จะกลับไปใช้เงื่อนไขตามบันทึกความเข้าใจที่สหรัฐและอิหร่านบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน
รายงานระบุว่า ทรัมป์ไม่ได้ให้ความสนใจกับกรอบข้อตกลงเดือนมิถุนายนอีกต่อไป และกำลังรอดูว่ายุทธศาสตร์กดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจของรัฐบาลจะได้ผลเพียงใด
ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ สหรัฐประกาศแคมเปญที่เรียกว่า “Economic D-Day” เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลอิหร่าน โดยขู่ใช้มาตรการกับประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน สะท้อนการเปลี่ยนน้ำหนักยุทธศาสตร์ของสหรัฐจากปฏิบัติการทางทหารไปสู่การใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจมากขึ้น
ท่ามกลางความตึงเครียด อิหร่านเริ่มอนุญาตให้เรือใช้เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในลักษณะชั่วคราวและจำกัด โดยเรซาอีระบุว่า อนาคตของการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการทำความเข้าใจกับวอชิงตัน
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โอมานและอิหร่านได้หารือข้อเสนอจัดตั้งเส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากเส้นทางสำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันของโลก
อย่างไรก็ตาม พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุในวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐว่า กองกำลังสหรัฐมีบทบาทในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
คูเปอร์ระบุว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กองกำลัง CENTCOM ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้เรือพาณิชย์ประมาณ 1,500 ลำ สามารถเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว พร้อมกับการขนส่งน้ำมันดิบรวมประมาณ 750 ล้านบาร์เรล โดยขณะนี้เส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศเปิดให้ใช้งานแล้ว และสถานการณ์กำลังมีแนวโน้มดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจาก Kpler สะท้อนว่าปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำมาก โดยเมื่อวันอังคารมีเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวเพียง 5 ลำ เทียบกับช่วงก่อนสงครามปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเคยมีเรือใช้เส้นทางสำคัญแห่งนี้ประมาณ 130 ลำต่อวัน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสำคัญของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากแม้เส้นทางเดินเรือจะเริ่มเปิดให้เรือบางส่วนผ่านได้ แต่การกลับสู่ภาวะปกติยังขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคและทิศทางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
อ้างอิง : cnbc.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








