ข่าวสารการลงทุน

Big Tech เร่งกู้เงินมหาศาล แย่งเม็ดเงินจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

28 สิงหาคม 2569|09:53 น.

image 373

กระแสการกู้เงินครั้งใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มที่ลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อบรรดานักลงทุนเริ่มหันไปปล่อยกู้ให้ภาคเอกชนมากขึ้น และบางส่วนถึงขั้นให้น้ำหนักมากกว่าการถือครองพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งแนวโน้มนี้ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐสูงขึ้น และท้ายที่สุดก็สะท้อนมาถึงประชาชนทั่วไป

ในภาพรวม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ความเชื่อมั่นต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ และโดยเฉพาะภาระหนี้สาธารณะที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหรัฐฯ แต่ยังเห็นต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลเพิ่มขึ้นในประเทศกลุ่ม G7 อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ล่าสุด มีรายงานว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการแทรกแซงตลาดพันธบัตรในระดับที่ใหญ่ขึ้น ขณะที่ความพยายามก่อนหน้านี้ของรัฐบาลกลับถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยสแตนลีย์ ดรักเคนมิลเลอร์ นักลงทุนชื่อดัง ซึ่งเคยทำงานร่วมกับรัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ ในกองทุนของจอร์จ โซรอส ได้ออกมาเขียนบทความแสดงความเห็นใน Wall Street Journal วิจารณ์ว่าการแทรกแซงดังกล่าวเป็นการรบกวนกลไกตลาดที่ควรทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางประเด็นร้อนเหล่านี้ บทบาทของกระแส AI ที่เข้ามาแย่งสภาพคล่องจากตลาดพันธบัตรกลับอาจถูกมองข้ามไป

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีมักเป็นกลุ่มที่มีเงินสดล้นมือและแทบไม่จำเป็นต้องกู้ยืม แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Google, Meta และ Microsoft ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทพลังงานและผู้ผลิตชิปก็อยู่ในช่วงเร่งลงทุนเช่นกัน ส่งผลให้หลายภาคส่วนหันเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้เพื่อระดมทุน โดยมีข้อมูลว่าบางบริษัทอย่าง Microsoft ยังมีอันดับความน่าเชื่อถือสูงกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยซ้ำ

ตัวเลขสะท้อนภาพนี้ได้อย่างชัดเจน โดยมูลค่าการออกหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดีในสหรัฐฯ (Investment-grade) แตะระดับประมาณ 1.36 ล้านล้านดอลลาร์ภายในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นราว 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีแนวโน้มที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่ แซงหน้าระดับ 1.85 ล้านล้านดอลลาร์ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตปี 2020

ที่น่าสนใจคือ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติภาคเอกชนได้ลงทุนสุทธิในหุ้นกู้บริษัทสหรัฐฯ ราว 390,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ประมาณ 329,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐของต่างประเทศ เช่น ธนาคารกลางหรือกระทรวงการคลังของประเทศต่าง ๆ กลับมีแนวโน้มลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลง ทำให้ภาระในการรับซื้อพันธบัตรตกไปอยู่กับกองทุนเฮดจ์ฟันด์มากขึ้น

โดยปกติแล้ว การเพิ่มขึ้นของหนี้ภาคเอกชนควรทำให้อัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้เอกชนสูงขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาล ในทางกลับกัน กลายเป็นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นแทน สะท้อนว่าตลาดกำลังปรับสมดุลผ่านการดันยีลด์ของรัฐบาลขึ้นมากกว่า

ปรากฏการณ์นี้ถูกอธิบายว่าเป็น “Crowding Out” หรือการแย่งชิงเม็ดเงินลงทุน แม้โดยนิยามดั้งเดิมจะใช้เรียกกรณีที่รัฐบาลกู้เงินมากจนไปเบียดภาคเอกชน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันกลับเป็นภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่ม AI ที่เข้ามาแข่งขันกับรัฐบาลโดยตรงในการดึงดูดเงินทุน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น นักวิเคราะห์จาก MissionSquare Investments ชี้ว่าปริมาณหุ้นกู้เอกชนที่ออกมาจำนวนมากกำลังแข่งขันกับพันธบัตรระยะยาวอย่างชัดเจน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจาก Nuveen มองว่าความต้องการเงินทุนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกกำลังผลักดันอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นในทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่าไม่น่าจะเกิดการโยกย้ายเงินลงทุนออกจากพันธบัตรรัฐบาลไปสู่หุ้นกู้เอกชนอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากตลาดหุ้นกู้เอกชนยังมีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะรองรับเม็ดเงินจำนวนมหาศาล อีกทั้งนักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดด้านความเสี่ยงในการลงทุน

หากมองย้อนกลับไป กระแสการลงทุนใน AI มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับยุคที่เงินทุนหลั่งไหลเข้าสู่การสร้างทางรถไฟในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งในเวลานั้นนักลงทุนก็แห่ซื้อพันธบัตรเพื่อเข้าร่วมโอกาสครั้งใหญ่เช่นกัน แต่ความแตกต่างสำคัญคือ ในอดีต รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในช่วงลดการกู้ยืมหลังสงครามกลางเมือง ขณะที่ในปัจจุบัน ทั้งภาครัฐและเอกชนกลับกำลังเพิ่มการกู้ยืมไปพร้อมกัน ซึ่งยิ่งทำให้การแข่งขันแย่งชิงเงินทุนในตลาดรุนแรงมากขึ้น

ที่มา : AXIOS

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
bressent warsh

“เบสเซนต์-วอร์ช” เห็นต่าง ใครควรกำหนดดอกเบี้ย-บอนด์ยีลด์?

09:38 น.

 
fed afp web

ประธานเฟดคลีฟแลนด์หนุนขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

09:32 น.

 
kevin warsh 3

จับตา “วอร์ช” ขึ้นเวที Jackson Hole ตลาดรอสัญญาณดอกเบี้ย หวั่นบอนด์ยีลด์ 30 ปีพุ่งแตะ 5.5%

09:27 น.

 
HSH Gold Outlook 2026 Website

ฮั่วเซ่งเฮงคาดราคาทองคำเป้าหมายปีนี้ที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์ หลังราคากลับสู่ขาขึ้น จับตา Jackson Hole ชี้ทิศดอกเบี้ย

14:00 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า