Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

สัปดาห์วัดใจทองคำ หลังเฟดคาดดัชนี PCE ชะลอตัว แต่ตัวเลขจ้างงาน-GDP สหรัฐฯ อาจแข็งแกร่ง

28 กันยายน 2569|10:07 น.

Gold Bullish

  • น้ำมันทรงตัวหลังซาอุฯ เร่งระบายน้ำมัน แต่สหรัฐฯ – อิหร่าน ยังตึงเครียด
  • เฟดคาดดัชนี PCE เดือน ส.ค. ต่ำกว่าเดือน ก.ค.

Gold Bearish

  • ติดตามตัวเลขการจ้างงานภาครัฐ – เอกชน ของสหรัฐฯ
  • ติดตามตัวเลขดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล และ GDP สหรัฐฯ

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง จากการที่กรรมการเฟดทั้ง 5 ท่านที่มีสิทธิมีเสียงโหวตอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ปี 2026 ต่างออกมาแสดงความเห็นโดยภาพรวมว่า นโยบายการเงินในปัจจุบันจำเป็นต้องมีความเข้มงวดมากกว่านี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้ปรับตัวลงสู่เป้าหมายที่ 2% ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ยังมีความแข็งแกร่งและเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปี 2026 อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

น้ำมันทรงตัวหลังซาอุฯ เร่งระบายน้ำมัน แต่สหรัฐฯ – อิหร่าน ยังตึงเครียด

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดการเจรจาทางอ้อมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 เดือน โดยมีกาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลางส่งสารนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก ระหว่าง อับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน และ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.ทรัมป์ โดยฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ผนวกกับซาอุดีอาระเบียเปิดระบบถ่ายน้ำมันดิบจากเรือสู่เรือ (Ship-to-Ship: STS) บริเวณนอกชายฝั่งท่าเรือโซฮาร์ (Sohar) ของประเทศโอมาน เพื่อส่งมอบน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นในเอเชียอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา การเจรจาสันติภาพทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผ่านคนกลางกาตาร์ยังคงมีความเห็นต่างกันอย่างมากและส่อแววไร้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ หลังปธน.มัสอูด เปเซชเคียน ได้ประณามท่าทีที่ชอบก่อกวนของปธน.ทรัมป์ ที่ขู่ทำลายล้างอิหร่านพร้อมประกาศกร้าวว่าชาวอิหร่านจะไม่มีวันยอมจำนนต่อแรงกดดัน โดยอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมทางเรือและเปิดเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนว่าปธน.ทรัมป์ยังคงมีทางเลือกทางทหาร ส่งผลให้ในภายหลัง ปธน.ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอแบบมีเงื่อนไขของอิหร่าน เกี่ยวกับการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมกับกล่าวว่าสหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดต้องจับตาต่อไปว่า ผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และการเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบของซาอุฯ ก่อนหน้านี้ อาจเป็นปัจจัยหนุนให้น้ำมันดิบปรับตัวลงต่อเนื่อง หนุนเงินเฟ้อปรับตัวลง เป็นบวกกับทองคำ แต่ทว่ายังคงต้องติดตามต่อไปว่า การที่สหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านจะส่งผลให้การเดินเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงเครียดอีกครั้งหรือไม่นั้น ยังคงต้องเผ้าติดตามความคืบหน้าของสงครามต่อไป

ติดตามตัวเลขการจ้างงานภาครัฐ – เอกชน ของสหรัฐฯ

ในวันที่ 30 ก.ย. และ 2 ต.ค. นี้ สหรัฐฯ จะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของ ADP ซึ่งจัดทำโดยบริษัทเอกชนและ BLS จากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ตามลำดับ โดยหากอ้างอิงจากบทสรุปการประชุม FOMC วันที่ 16-17 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้เผยว่า คณะกรรมการมีมติ 12 ต่อ 0 เสียง ให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Rate) 0.25% สู่ระดับ 3.75% – 4.00% โดยทางนายเควิน วอร์ช ได้เผยว่า ในภาพรวมการจ้างงานใหม่ยังคงขยายตัวตามทันการเติบโตของประชากรวัยแรงงานและอัตราการว่างงานทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 4.1% อีกทั้งตำแหน่งงานเปิดรับใหม่ (Job Openings) และจำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ (Weekly Hours) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเฉลี่ย 4 สัปดาห์ (4-week moving average) ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงตลาดแรงงานโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากและทำงานในระดับเต็มศักยภาพตามพันธกิจหลักของเฟด ส่งผลให้การขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้จึงโฟกัสไปที่การควบคุมเงินเฟ้อแทนและมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะไม่สร้างความเสียหายต่อตลาดแรงงานในภายหลัง

หากพิจารณาจากตัวเลขการจ้างงานทั้งหมดของสหรัฐฯ (Total Nonfarm) พบว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2026 ตัวเลขการจ้างงานรวมของสหรัฐฯ อยู่ที่ 158.59 ล้านคน จนกระทั่งเดือน ส.ค. ตัวเลขได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 159.07 ล้านคน ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล และสูงกว่าในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ Covid-19 ในเดือน ก.พ. 2020 ที่ระดับ 152.29 ล้านคนเสียอีก ขณะเดียวกัน ตัวเลขชี้วัดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ Sahm Rule Recession ในเดือน ม.ค. อยู่ที่ 0.30% มีการปรับตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ (-0.07%) ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี (หากตัวเลข Sahm Rule สูงกว่า 0.50% มีความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย ถ้าต่ำกว่าแปลว่าปกติ) ซึ่งตัวเลขดังกล่าว สามารถสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ตามที่นายเควิน วอร์ช ได้กล่าวไปจริง

จากปัจจัยที่ได้กล่าวไปในข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในสภาวะที่แข็งแกร่งและยังไม่มีท่าทีว่าจะอ่อนแอ ซึ่งปัจจัยนี้อาจส่งผลให้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของทั้งภาครัฐ – เอกชน เดือน ก.ย. และอัตราการว่างงานอาจมีแนวโน้มมากกว่า / เทียบเท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง อาจเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากอาจทำให้เฟดสามารถขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อได้โดยไม่จำเป็นต้องปกป้องตลาดแรงงานมากนัก แต่หากเป็นไปในทางตรงกันข้าม ก็อาจหนุนให้ทองขึ้นได้เช่นกัน

ติดตามตัวเลขดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล และ GDP สหรัฐฯ

ในวันที่ 30 ก.ย. สหรัฐฯ จะมีการเผยตัวเลข GDP สหรัฐฯ ซึ่งในการประชุม FOMC วันที่ 16-17 ก.ย. ที่ผ่านมานี้ นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้เผชิญกับภาวะชะลอตัว แต่กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (Strengthening) ท่ามกลางวิกฤตและความไม่แน่นอนภายนอก โดยเฟดได้ประมาณการการเติบโตของ Real GDP ใน Economic projections ว่าทั้งปี 2026 ตัว GDP สหรัฐฯ จะขยายตัวที่ 2.3% และปี 2027 คาดการณ์ขยายตัวที่ 2.4% เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคธุรกิจในประเทศยังคงมีความยืดหยุ่นสูง, ภาคเอกชนยังมีผลกำไร / กระแสสินเชื่อเพื่อธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการระดมทุนขนาดใหญ่ของกลุ่มเทคโนโลยี (Hyperscalers) เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน Data Center ซึ่งหากตัวเลข GDP สหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งตามที่เควิน วอร์ช ได้คาดการณ์เอาไว้จริง อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง เนื่องจากเป็นเหตุผลให้เฟดอาจยังต้องคงดอกเบี้ยหรือขึ้นดอกเบี้ยต่อไปในภายหลัง

ในขณะเดียวกัน ในวันที่ 30 ก.ย. สหรัฐฯ จะมีการเผยตัวเลขดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดที่เฟดให้ความสำคัญมากที่สุดตามเป้าหมายพันธกิจของตัวเอง ซึ่งตัวเลข PCE ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มออกมาเทียบเท่า / น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เนื่องจากนายเควิน วอร์ช ได้มีการวิเคราะห์ตัวเลข CPI และ PPI ล่าสุด โดยเฟดได้ประเมินทิศทางของมาตรวัดเงินเฟ้อรอบ 12 เดือน (YoY) ประจำเดือน ส.ค. เอาไว้ว่า ตัว Total PCE อาจวิ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 3.6% จากเดือน ก.ค. ที่ 3.7% ในขณะที่ Core PCE (หักหมวดอาหารและพลังงาน) อยู่ที่ระดับประมาณ 3.2% จากเดือน ก.ค. ที่ 3.3% ซึ่งหากตัวเลขออกมาตามที่เฟดคาดการณ์จริง อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น เนื่องจากตลาดอาจคลายความกังวลภาวะเงินเฟ้อได้บางส่วน แต่ทว่าในภาพรวมก็ยังคงต้องติดตามราคาพลังงาน, วัตถุดิบโภคภัณฑ์การเกษตร ค่าการกลั่นและราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่พุ่งสูงขึ้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจหนุนให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นได้เช่นกัน

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย CB เดือน ก.ย.
  • จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่จาก JOLTS (ล้านตำแหน่ง) เดือน ส.ค.
  • การจ้างงานนอกภาคการเกษตรจาก ADP เดือน ก.ย.
  • ดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน / ทั่วไป เทียบรายเดือน / รายปี เดือน ส.ค.
  • จีดีพีไตรมาสที่ 2 (ประมาณการครั้งที่ 3) q/q และดัชนีราคาจีดีพีไตรมาสที่ 2 (ประมาณการครั้งที่ 3)
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM เดือน ก.ย.
  • ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง เทียบรายเดือน / รายปี เดือน ก.ย.
  • การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน ก.ย.
  • อัตราการว่างงาน เดือน ก.ย.

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำอยู่ในระยะ Falling wedge pattern โดยโครงสร้างราคาทองในภาพกำลังอยู่ในช่วงพักตัวสะสมแรงในทิศทางลง (Corrective Phase) หลังจากถูกเทขายลงมา และได้เปลี่ยนมาแกว่งตัวลงแบบค่อยเป็นค่อยไปในกรอบเส้นสีดำภายหลัง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้

มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากซาอุฯ สามารถขนถ่ายการส่งออกน้ำมันได้ต่อเนื่องและกดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อ ในขณะที่ตัวเลข PCE ในเดือน ส.ค. ที่จะประกาศในวันพุธนี้มีการปรับลงตามที่เฟดได้คาดการณ์เอาไว้จริง อาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าในระยะสั้น หนุนให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นทะลุกรอบ Falling wedge pattern ทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,350 และ 4,430 ดอลลาร์

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): หากสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงขยายวงกว้างและไม่สามารถเจรจากันได้ หลังจากการประชุม UNGA ที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จนหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นทำ New High อีกครั้ง ในขณะที่หากวันศุกร์นี้ตัวเลขตลาดแรงงานและอัตราการว่างงานออกมาแข็งแกร่งตามที่เฟดคาดการณ์ไว้จริง อาจกดดันให้ราคาทองคำเผชิญแรงเทขายหลุดกรอบ Falling wedge pattern ลงไป โดยมีแนวรับบริเวณ 4,155 และ 4,070 ดอลลาร์

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 66,650 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 65,900 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 69,200 บาท และ 70,000 บาท

image 388

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 28-09-2569

16:11 น.

 
Cover 1000x670 02

Night Recap Gold Futures 28-09-2569

15:44 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 28-09-2569

09:02 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 28-09-2569

08:38 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า