แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวระยะสั้น
- ทองลง ขานรับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งสูง ขณะที่ตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย และอาจนำโดยแรงขายจาก ETF
Gold spot
สูงสุด – 4,286 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,147 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 67,000 บาท
ต่ำสุด – 66,150 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองโลกมีการปรับตัวลงแรง จากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 และ 30 ปี ได้มีการปรับตัวขึ้นทำ New High ต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มยืนเหนือ 5.20% และ 5.50% ตามลำดับ ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจัยดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการเจรจารอบที่สองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ตลาดคาดหวังว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซประสบความล้มเหลว หลังจากปธน.ทรัมป์ ประกาศปฏิเสธแผนหยุดยิง 7 วันของอิหร่าน ส่งผลให้ FedWatch Tool ของ CME Group ได้คาดการณ์ถึง 70% แล้วว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือน ต.ค. จากปัจจัยดังกล่าว เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวลง ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ บทวิเคราะห์จาก The Market Ear ได้อ้างอิงข้อมูลของ Goldman Sachs ที่เตือนว่า ปัจจุบันมีสัญญา Call Options ในตลาดทองคำหนาแน่นกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3 เท่า หากราคาหลุดแนวรับสำคัญ ดีลเลอร์จะถูกบีบให้ต้องเร่งเปิดสถานะ Short เพื่อบริหารความเสี่ยง ซึ่งอาจกระตุ้นให้กองทุน ETF พลิกกลับมาเทขายพอร์ต และแรงซื้อเชิงโครงสร้างของธนาคารกลางที่เข้าซื้อเป็นรายเดือนอาจไม่สามารถรองรับแรงเทขายฉับพลันของกลุ่มเก็งกำไรได้ทันเวลา
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ในช่วงเช้า ทองโลกมีการปรับฐานลงต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมได้เข้าสู่ระยะขาลง แต่ระยะสั้นกราฟราย 4 ชั่วโมงมีแรงเทขายมากเกินไป (Oversold) จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการฟื้นตัวระยะสั้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,110 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านที่ควรทดสอบที่ 4,200 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,080 ดอลลาร์ ทองโลกอาจย่อตัวลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,110 และ 4,080 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,200 และ 4,235 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาลงทดสอบแนวรับบริเวณ 4,110 และ 4,080 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 2 ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,200 และ 4,235 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,300 และ 64,800 บาท
แนวต้าน 66,400 และ 66,800 บาท
แนะนำทยอยซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 65,300 และ 64,800 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 2 ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 66,400 และ 66,800 บาท











