แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองทรงตัว หลังดอลลาร์ / ยีลด์ทรงตัว ขณะเงินเฟ้ออาจถูกกดดัน 2 ทาง เสี่ยงนโยบายเฟดเข้มงวด
Gold spot
สูงสุด – 4,053 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,022 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 64,800 บาท
ต่ำสุด – 64,450 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีแนวโน้มทรงตัว จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) มีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ 101 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงทรงตัวที่ระดับ 4.71% – 4.69% ขึ้นไป ในขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในขณะที่ ปธน.ทรัมป์ เพิ่มการข่มขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดเริ่มกลับมาจับตาเรื่องภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ หลังประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่จากประเทศคู่ค้า 60 ประเทศทั่วโลก ในอัตราระหว่าง 10% – 12.5% ซึ่งปัจจัยทั้ง 2 อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น มีความสอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ที่ได้เตือนเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงมีอยู่ 2 อย่าง ได้แก่ ผลกระทบจากภาษีศุลกากรนำเข้าของปธน. ทรัมป์ และปัญหาห่วงโซ่อุปทานของราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อันเป็นเหตุให้เฟดต้องกดดันให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ 2% ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 20.45 น. สหรัฐฯ เผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต / บริการ เดือน ก.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับที่ 4,025 ดอลลาร์ แต่ในภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways จึงประเมินว่า ทองโลกอาจย่อตัวลงหลังทดสอบแนวต้านบริเวน 4,065 และ 4,080 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,000 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,025 และ 4,000 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,065 และ 4,080 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร ตามบริเวณแนวต้าน 4,065 ดอลลาร์ และทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,025 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 64,500 และ 64,300 บาท
แนวต้าน 64,950 และ 65,100 บาท
แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 64,950 บาท และทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 64,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 64,300 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











