แนวโน้มราคาทอง
ลงระยะสั้นก่อนขึ้นต่อ
- ทองขึ้น หลังดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ย่อตัว จับตาอิหร่านขู่ปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ
Gold spot
สูงสุด – 4,141 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,073 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,150 บาท
ต่ำสุด – 65,750 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีการย่อตัวลงระยะสั้น ในขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group ได้คาดการณ์ถึง 78.1% ว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 29 ก.ค. นี้ แม้ว่าปธน.ทรัมป์ จะไม่มีความสนใจที่จะจัดหารือกับอิหร่านซึ่งอาจทำให้สงครามขยายวงกว้าง และส่งผลดอกเบี้ยเฟดลดลงยากขึ้นในอนาคตก็ตาม อย่างไรก็ตาม การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านได้เริ่มขยายวงกว้าง โดยอิหร่านส่งสัญญาณเตรียมยืมมือกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นประตูสู่ทะเลแดงและคลองสุเอซ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ซึ่งหากอิหร่านทำเช่นนั้นจริง จะเป็นการบีบให้เรือพาณิชย์ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งเพิ่มเวลาเดินทาง นำไปสู่ภาวะค่าระวางเรือ และเบี้ยประกันภัยที่แพงขึ้น ซึ่งอาจกดดันให้เงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟดที่อาจสูงขึ้นในอนาคต เป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ทองโลกมีการพักตัวลงระยะสั้นหลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,130 ดอลลาร์ แต่ในภาพรวม ทองโลกมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจฟื้นตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,095 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,075 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกอาจกลับมา Sideways เช่นเดิม
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,095 และ 4,075 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,130 และ 4,140 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้นราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,095 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,075 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,130 และ 4,140ดอลลาร์ ตามลำดับ
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,500 และ 65,300 บาท
แนวต้าน 66,150 และ 66,350 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,300 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 66,150 บาท











