แนวโน้มราคาทอง
Sideways Down
- ทองลง จากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์พุ่ง หลัง
สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านครั้งใหม่ ขณะที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย ก.ย. นี้
Gold spot
สูงสุด – 4,133 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,055 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 65,250 บาท
ต่ำสุด – 64,600 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงมีการฟื้นตัว จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัวที่ระดับ 101 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังมีแนวโน้มยืนเหนือ 4.50% สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการดีดตัวขึ้น หลังปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวว่า MOU กับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารกว่า 80 แห่ง และบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อการขายน้ำมันของอิหร่านอีกครั้ง เพื่อเป็นการลงโทษอิหร่านในประเด็นการโจมตีเรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group ได้คาดการณ์ถึง 49.0% ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือน ก.ย. จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ ราคาน้ำมัน และเงินเฟ้อ มีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 01.00 น. สหรัฐฯ ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยรายงานการประชุม วันที่ 16-17 มิ.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
ทองโลกปรับตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,110 ดอลลาร์ ทำให้ภาพรวมยังเสี่ยงอยู่ในระยะ Sideways Downs จึงประเมินว่า ทองโลกอาจฟื้นตัวขึ้นระยะสั้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,050 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,030 ดอลลาร์ ทองโลกมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,050 และ 4,030 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,110 และ 4,130 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้นราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,050 ดอลลาร์ โดยหากราคาหลุดแนวรับ 4,030 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขาย
ทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,110 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 64,200 และ 63,900 บาท
แนวต้าน 64,800 และ 65,000 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมหากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 64,200 บาท โดยหากราคาหลุดแนวรับถัดไปที่ 63,900 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไรบริเวณแนวต้านที่ 64,800 บาท











