แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองลง จากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ตลาดหวั่นน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อพุ่ง เสี่ยงเฟดอาจคงดอกเบี้ย
Gold spot
สูงสุด – 4,481 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,428 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 69,000 บาท
ต่ำสุด – 68,700 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ในภาพรวม ทองโลกมีการย่อตัวลง จากการที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมากขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีกันรอบใหม่ ท่ามกลางรายงานว่าอิหร่านได้ถอยห่างจากการเจรจา ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล ส่งผลให้ความหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งในภูมิภาคยังคงยืดเยื้อ ทั้งนี้ อิหร่านได้เคยย้ำว่าการหยุดยิงในเลบานอนถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในวงกว้าง ส่งผลให้ตลาดมองว่าความคืบหน้าทางการทูตยังมีอยู่อย่างจำกัด และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจยืดเยื้อต่อไป จากปัจจัยข้างต้น อาจทำให้ตลาดยังคงกังวลราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นได้อีกครั้งในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง เทียบรายเดือน / รายปี เดือน พ.ค., การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน พ.ค. และอัตราการว่างงาน เดือน พ.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงบ่าย ราคาทองโลกในระยะสั้นสามารถฟื้นตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับที่ระดับ 4,433 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,480 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,420 ดอลลาร์ ทองโลกอาจทำ New Low ต่อไป
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,433 และ 4,420 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,480 และ 4,500 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ขายทำกำไร บริเวณแนวต้านที่ 4,480 ดอลลาร์ และทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้นราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,433 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,420 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 68,600 และ 68,400 บาท
แนวต้าน 69,000 และ 69,200 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 69,000 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 68,600 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,400 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











