แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวขึ้นระยะสั้น
- ทองฟื้นตัวหลังดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์ และน้ำมัน
ย่อตัว แต่ภาพรวมยังฟื้นตัวระยะสั้น
Gold spot
สูงสุด – 3,919 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 3,874 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 62,700 บาท
ต่ำสุด – 62,400 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์มีแนวโน้มหลุด 102.0 หน่วยลงไป อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 2 ปี มีแนวโน้มปรับตัวลงหลุด 4.60% ลงไป ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ได้มีการกลับตัวลง หลังจากมีรายงานระบุว่าปธน.ทรัมป์ ต้องการเปิดพื้นที่และให้เวลากับแนวทางทางการทูตกับอิหร่านมากขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องปฏิบัติการทางทหารหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. อีกทั้งทางการอิหร่านกำลังอยู่ระหว่างประเมินข้อเสนอของรอง ปธน.เจดี แวนซ์ ที่ส่งตรงถึง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงอิหร่านมองว่าท่าทีของสหรัฐฯ เริ่มมีน้ำเสียงที่ผ่อนปรนลงกว่าเดิม จากปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนลดความกังวลเงินเฟ้อภาคพลังงานที่มีผลต่อดอกเบี้ยเฟด เป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม ทองคำในภาพรวมยังคงอยู่ในระยะขาลง ซึ่งการฟื้นตัวในครั้งนี้ยังคงเป็นเพียงการ Rebound ระยะสั้นเท่านั้น
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 22.00 น. สหรัฐฯ เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM เดือน ต.ค. และดัชนีราคาภาคการผลิตจาก ISM เดือน ต.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการปรับตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 3,920 ดอลลาร์ โดยภาพรวมทองคำยังคงอยู่ในระยะขาลง จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการทดสอบแนวรับที่ 3,870 และ 3,840 ดอลลาร์ ซึ่งหากทองโลกหลุดแนวรับ 2 แนวทั้งหมดนี้ มีความเสี่ยงสูงที่ขาลงของทองคำยังไม่จบ
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 3,870 และ 3,840 ดอลลาร์
แนวต้าน 3,920 และ 3,940 ดอลลาร์
หากราคาทองคำปรับตัวลงโดยหากสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 3,870 ดอลลาร์ ในภายหลังได้ แนะนำซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อขายตามแนวต้านที่ 3,920 ดอลลาร์ แต่หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 3,840 ดอลลาร์ ควร Cut Loss ออกไปก่อน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 61,700 และ 61,250 บาท
แนวต้าน 62,900 และ 63,250 บาท
หากราคาทองคำปรับตัวลงโดยหากสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 61,700 บาท ในภายหลังได้ แนะนำซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อขายตามแนวต้านที่ 62,900 บาท แต่หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 61,250 ดอลลาร์ ควร Cut Loss ออกไปก่อน











