ราคาน้ำมันเบรนท์ขยับขึ้นแตะ 106.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังทรัมป์ยืนยันปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่เสนอเปิดเส้นทางเดินเรือภายใน 7 วัน แลกกับการยุติมาตรการกดดันและปล่อยทรัพย์สินของอิหร่าน
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่า 1% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ในเอเชีย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
สัญญาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.3% มาอยู่ที่ 93.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงตลาดโลก เพิ่มขึ้น 1.8% อยู่ที่ 106.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
The Wall Street Journal รายงานเมื่อวันเสาร์ โดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยมีเงื่อนไข และแจ้งต่อผู้ช่วยว่า คาดว่าการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ จะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ต่อมา ทรัมป์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าได้ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดจากเตหะราน โดยกล่าวว่า “พวกเขายื่นข้อเสนอมา แต่ผมปฏิเสธ”
อีกด้านหนึ่ง แนวร่วมที่มีซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำในเยเมนระบุเมื่อวันเสาร์ว่า สามารถสกัดกั้นกระสุนที่กลุ่มกบฏฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยิงมาได้
เมื่อวันศุกร์ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เสนอให้เปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญและกลับมาเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ภายใน 7 วัน หากรัฐบาลทรัมป์ยอมรับเงื่อนไขของเตหะราน
“หากเป็นไปตามเงื่อนไขบางประการ ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดภายใน 7 วัน และการเจรจาจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง” อารักชีกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวรวมถึงการยุติสิ่งที่อิหร่านเรียกว่า การรุกรานของสหรัฐฯ การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลและมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการปล่อยทรัพย์สินของอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ ทรัมป์คาดการณ์ว่าความขัดแย้งซึ่งเริ่มจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จะยุติลงไม่นานหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยช่วงนั้นราคาน้ำมันปรับลดลงตามความคาดหวังดังกล่าว
อ้างอิง : www.cnbc.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








