โมห์ซิน นัควี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของปากีสถาน เปิดเผยในวันนี้ (25 ส.ค.) ว่า การหารือระหว่างผู้นำปากีสถานกับอิหร่านที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรื้อฟื้นบันทึกความเข้าใจ (MoU) อิสลามาบัดนั้น มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมแสดงความหวังว่า แรงขับเคลื่อนดังกล่าวจะช่วยปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่นัควีได้พบปะกับมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ร่วมกับพลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ระหว่างการเดินทางเยือนอิหร่านเป็นเวลา 1 วัน
นัควีกล่าวว่า เรายังคงหวังว่า แรงขับเคลื่อนนี้จะช่วยปูทางไปสู่ความคืบหน้ายิ่งขึ้นและนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
การหารือของเราเน้นไปที่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แนวทางในระยะถัดไป รวมถึงขั้นตอนที่จำเป็นจากทั้งสองฝ่ายในการรื้อฟื้น MoU อิสลามาบัด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างครอบคลุม นัคคีกล่าว
เขากล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ อย่าง สร้างสรรค์เป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad MoU) เป็นข้อตกลงหยุดยิงและกรอบความร่วมมือ 14 ข้อ ที่สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหาร เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และกำหนดเวลา 60 วันในการเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพถาวร อย่างไรก็ดี ข้อตกลงนี้มีอายุเพียงราว 3 สัปดาห์ก่อนจะล่มลงหลังจากเกิดการโจมตีตอบโต้กันระหว่างทั้งสองฝ่าย
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








