การบริหารทุนสำรองของจีนกำลังส่งสัญญาณที่น่าจับตามองต่อตลาดการเงินโลก หลังจีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงเหลือ 633.4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2569 ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 และลดลงมากกว่า 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ธนาคารกลางจีนยังคงเดินหน้าเพิ่มการถือครองทองคำ โดยในเดือนกรกฎาคมมีการเพิ่มทองคำในอัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566
หากมองเพียงตัวเลข อาจตีความได้ว่าจีนกำลัง “ลดพันธบัตร เพิ่มทองคำ” แต่ในมุมเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ลึกกว่านั้น เพราะการบริหารทุนสำรองของธนาคารกลางไม่ได้มุ่งสร้างผลตอบแทนสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึง ความปลอดภัย สภาพคล่อง ผลตอบแทน และการกระจายความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การคลัง และภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น
จาก “ผลตอบแทน” สู่ “ความมั่นคงของทุนสำรอง”
ตามหลักการบริหารทุนสำรอง ธนาคารกลางต้องรักษาสมดุลระหว่าง Safety, Liquidity และ Return ทำให้การเลือกถือสินทรัพย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนเพียงปัจจัยเดียว
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีจุดแข็งด้านสภาพคล่องและให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย แต่ขณะเดียวกันก็มีความเชื่อมโยงกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย ฐานะการคลังของสหรัฐฯ และระบบการเงินที่อิงกับเงินดอลลาร์
ในช่วงที่สหรัฐฯ เผชิญภาระหนี้และการขาดดุลงบประมาณในระดับสูง ประกอบกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายทุนสำรองไปยังสินทรัพย์หลายประเภทจึงมีความสำคัญมากขึ้น
การลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของจีนจึงยังไม่ควรถูกตีความว่าเป็น De-dollarization อย่างเต็มรูปแบบ แต่อาจสะท้อน Reserve Diversification หรือการค่อยๆ กระจายทุนสำรองเพื่อลดการกระจุกตัวของความเสี่ยงในระยะยาว
พันธบัตรลดลง ขณะที่ “ทองคำ” มีบทบาทเพิ่มขึ้น
ภาพดังกล่าวน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาควบคู่กับการสะสมทองคำของจีน โดยจีนเพิ่มทองคำสุทธิราว 20 ตันในเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ทองคำสำรองเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,377.5 ตัน
ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังมีความต้องการทองคำในระดับสูง โดยซื้อทองรวมประมาณ 289 ตันในไตรมาส 2 และผลสำรวจของ World Gold Council พบว่า 45% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสำรวจมีแผนเพิ่มการถือครองทองคำในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทองคำกำลังเข้ามาแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะสินทรัพย์ทั้งสองมีบทบาทแตกต่างกัน โดยเฉพาะด้านสภาพคล่องและผลตอบแทน
สิ่งที่น่าจับตามองคือ ทองคำอาจได้รับน้ำหนักมากขึ้นในฐานะ Strategic Reserve Asset หรือสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์สำหรับกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง เนื่องจากทองคำไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออก ไม่ได้เป็นหนี้ของรัฐบาลใด และไม่ได้ผูกกับนโยบายการเงินของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยตรง คุณสมบัติเหล่านี้จึงมีความสำคัญมากขึ้นในโลกที่ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ การคลัง และภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น
จีนลดพันธบัตร ไม่ได้แปลว่า “ทองต้องขึ้น” ทันที
ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส มองว่า นักลงทุนควรแยกผลกระทบระยะสั้นออกจากแนวโน้มเชิงโครงสร้าง เพราะการลดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของจีนไม่ได้เป็นปัจจัยบวกต่อทองคำโดยอัตโนมัติ
ระยะสั้น หากความต้องการพันธบัตรลดลงจนทำให้ Bond Yield และ Real Yield สูงขึ้น ทองคำอาจเผชิญแรงกดดัน เพราะต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
แต่ ระยะกลางถึงยาว หากการลดพันธบัตรเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายทุนสำรอง ขณะที่ธนาคารกลางยังเพิ่มการถือครองทอง ประกอบกับความกังวลต่อหนี้สหรัฐฯ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยเหล่านี้อาจสนับสนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
จาก $633.4 พันล้าน สู่คำถามใหญ่ของระบบการเงินโลก
ตัวเลขการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของจีนที่ลดลงเหลือ 633.4 พันล้านดอลลาร์ จึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็น “จีนขายพันธบัตรสหรัฐฯ” แต่ควรมองไปถึงทิศทางการบริหารทุนสำรองของธนาคารกลางในระยะยาว
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า จีนจะลดพันธบัตรอีกเท่าไร หรือจะซื้อทองเพิ่มอีกกี่ตัน แต่คือ ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังให้น้ำหนักกับ “การกระจายความเสี่ยง” มากขึ้นหรือไม่ เพราะหากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อ ทองคำอาจไม่ได้มีบทบาทเพียง Safe Haven ในช่วงวิกฤต แต่มีโอกาสได้รับความสำคัญมากขึ้นในฐานะส่วนหนึ่งของทุนสำรองระยะยาว
สำหรับตลาดทองคำ สิ่งที่ควรจับตาจึงไม่ใช่เพียง “ใครกำลังซื้อทอง” แต่คือ “เหตุใดธนาคารกลางจึงเลือกเพิ่มทองคำในทุนสำรอง” เพราะหากเหตุผลคือการลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง นี่อาจเป็นแรงสนับสนุนเชิงโครงสร้างต่อทองคำที่สำคัญกว่าความผันผวนของราคาในระยะสั้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนที่ต้องการสะสมทองคำ หรือมองหาโอกาสจากการเคลื่อนไหวของราคาทอง ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส พร้อมเป็นผู้ช่วยในการลงทุนในตลาด TFEX โดยยึดมั่นในการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส และตั้งใจ “สร้างความเข้าใจ” มุ่งสร้างองค์ความรู้และส่งเสริมวัฒนธรรมการลงทุนอย่างมีคุณภาพ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 112 2222 กด 6 หรือ Line: @hgfsocial
บทความโดย คุณ วราวุธ เบญจาพุทธารักษ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ผู้จัดการ ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ และพ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า บจ. ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1
ผู้วางแผนการลงทุน
* หมายเหตุ: คำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำบทวิเคราะห์
คำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Disclosure)
การใช้งานและวัตถุประสงค์:
บทวิเคราะห์ฉบับนี้มีการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อช่วยในการรวบรวมข้อมูล สังเคราะห์สรุปภาวะตลาด และเรียบเรียงเนื้อหาบางส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ลงทุน
กระบวนการตรวจสอบและมาตรฐานวิชาชีพ:
ข้อมูลและเนื้อหาที่ผลิตโดยระบบ AI ทั้งหมด ได้ผ่านการตรวจสอบ สอบทาน และยืนยันความถูกต้องโดย นักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาต (Human-in-the-Loop) บริษัทและนักวิเคราะห์ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาและความสมเหตุสมผลของบทวิเคราะห์ตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดโดยสำนักงาน ก.ล.ต.
ข้อจำกัดและความเสี่ยง:
เทคโนโลยี AI อาจมีข้อจำกัดด้านความครบถ้วนสมบูรณ์หรือความทันสมัยของข้อมูลในบางสถานการณ์ ผู้ลงทุนควรใช้ข้อมูลในบทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจลงทุนควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ อย่างรอบคอบ








