สก็อตต์ เบสเซนต์ เผยสหรัฐเตรียมสกัดสายการบินอิหร่านทั้งหมดตั้งแต่ 23 ก.ย. ห้ามให้บริการเชื้อเพลิง ลงจอด และขายตั๋ว พร้อมขู่ตัดผู้ฝ่าฝืนออกจากระบบดอลลาร์
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า สายการบินอิหร่านทั้งหมดจะถูกปิดกั้นตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. เป็นต้นไป ภายใต้มาตรการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเตหะราน โดยสหรัฐจะใช้การเข้าถึงระบบการเงินดอลลาร์เป็นเครื่องมือกดดันผู้ให้บริการทั่วโลกไม่ให้สนับสนุนสายการบินอิหร่าน
เบสเซนต์ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า หากเครื่องบินของสายการบินอิหร่านเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ผู้ให้บริการจะต้องไม่จัดหาเชื้อเพลิง บริการภาคพื้นดินหรือบริการลงจอด รวมถึงไม่จำหน่ายตั๋วให้แก่สายการบินเหล่านั้น มิฉะนั้นอาจถูกตัดออกจากระบบการเงินดอลลาร์
เบสเซนต์ระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังกดดันอิหร่านในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมเดินหน้าจัดการกับประเทศ สถาบันการเงิน และเครือข่ายต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของอิหร่าน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อ VTB Bank ธนาคารที่รัฐบาลรัสเซียเป็นผู้ถือหุ้นควบคุม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจ ผ่านการเล่นงานคู่ค้าทางธุรกิจและเครือข่ายทางการเงินที่สหรัฐ มองว่าช่วยสนับสนุนอิหร่าน
ขณะเดียวกันมีรายงานว่าอังกฤษเตรียมให้การสนับสนุนซาอุดีอาระเบียในการรับมือกับกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยกองทัพอากาศอังกฤษจะช่วยเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศให้แก่เครื่องบินของซาอุดีอาระเบีย
แอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า การสนับสนุนดังกล่าวจะดำเนินไปเป็นเวลาหลายสัปดาห์และจะมีการทบทวนสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธคำขอความช่วยเหลือจากซาอุดีอาระเบียในการรับมือกลุ่มฮูตีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าสหรัฐได้ยกเลิกแผนโจมตีทางอากาศที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้
เบิร์นแฮมระบุว่า การตัดสินใจของอังกฤษมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอังกฤษและเสถียรภาพของภูมิภาค หลังซาอุดีอาระเบียเผชิญการโจมตีและมีความเสี่ยงที่จะเกิดความปั่นป่วนเพิ่มเติม โดยเฉพาะความจำเป็นในการรักษาเส้นทางขนส่งน้ำมันให้สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง
ความกังวลด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีเข้ายึดเกาะเปริมของเยเมนในทะเลแดง ทำให้กลุ่มมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นบริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก
สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่า อิหร่านและกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอาจมีอิทธิพลเหนือจุดยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งน้ำมันสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ ช่องแคบบับเอลมันเดบ และช่องแคบฮอร์มุซ
ช่องแคบบับเอลมันเดบมีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากเป็นเส้นทางทางเลือกในการส่งออกน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยซาอุดีอาระเบียสามารถใช้ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ลำเลียงน้ำมันไปยังฝั่งทะเลแดงก่อนส่งออกไปยังตลาดโลก
ก่อนหน้านี้ มาร์ก รุตเตอ เลขาธิการ NATO ส่งสัญญาณว่า ประเทศในยุโรปอาจเข้ามามีบทบาทสนับสนุนซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติม ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในภูมิภาคอาจกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานและตลาดน้ำมันโลก
อ้างอิง : cnbc.com








