คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น มากกว่าความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพและยึดเหนี่ยวได้ดี (Well Anchored) ตามที่กล่าวในการประชุมของ Bloomberg ที่เมืองมุมไบ เมื่อวันอังคาร
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นจากสงคราม ภาระหนี้ภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในวงเงินมหาศาล
อย่างไรก็ตาม วอลเลอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด มองว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น แต่เป็นผลจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ การใช้จ่ายลงทุนด้าน AI และความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับหนี้ภาครัฐ
วอลเลอร์กล่าวว่า เมื่อคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงมีเสถียรภาพ การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจึงไม่ได้เกิดจากส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ (Inflation Premium) ทั้งหมด แต่สะท้อนถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงมากกว่า
นอกจากนี้ วอลเลอร์ยังอ้างถึงงานวิจัยทางวิชาการที่ชี้ว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูญเสียสถานะการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกต้องการถือครองไปบางส่วน ส่งผลให้อุปสงค์ต่อพันธบัตรลดลง และอาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวสูงขึ้นราว 0.50–0.70 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 50–70 basis points
เขาอธิบายว่า การที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูญเสียประโยชน์จากการเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันได้อย่างสะดวก (Convenience Yield) ย่อมทำให้ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวสูงขึ้น โดยผลกระทบดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะอาจดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้สูงขึ้นได้ถึง 50–70 basis points
สำหรับการลงทุนด้าน AI โดยเฉพาะการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) วอลเลอร์มองว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปได้อีก 2–3 ปี อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์ด้านผลิตภาพ (Productivity) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนดังกล่าว อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเห็นผลชัดเจน
ขณะเดียวกัน วอลเลอร์ลดความสำคัญของบทบาทนโยบายการเงินเฟดต่อการกำหนดต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนเงินกู้ระยะสั้นข้ามคืนไม่ได้เป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีมากนัก
ทั้งนี้ เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อเดือนที่ผ่านมา และวอลเลอร์เพิ่งแสดงความเห็นว่า เฟดมีแนวโน้มจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก
ที่มา : Reuters








