อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะออกมากล่าวอ้างว่าฝ่ายสหรัฐมี “การควบคุมโดยสมบูรณ์” เหนือเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว โดยหน่วยงานด้านการเดินเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียระบุผ่านแถลงการณ์ว่า คำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงได้ และช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่เปิดใช้งาน จนกว่าเงื่อนไขของอิหร่านจะได้รับการยอมรับ ขณะที่ฝั่งสหรัฐยังคงยืนยันจุดยืนของตน ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีท่าทีที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การค้าระหว่างประเทศ Kpler สะท้อนภาพสถานการณ์จริงว่า ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงมาอยู่ในระดับใกล้เคียงจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือน โดยค่าเฉลี่ยเรือที่ผ่านในช่วง 5 วันล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 13 ลำต่อวัน ซึ่งลดลงอย่างมากจากระดับเฉลี่ยเดิมราว 130 ลำต่อวันก่อนเกิดความตึงเครียดทางทหารระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้การจราจรทางทะเลหดตัวลงราว 90% ครอบคลุมทั้งเรือบรรทุกสินค้าและเรือขนส่งน้ำมัน
ในด้านการเจรจา ทั้งวอชิงตันและเตหะรานต่างยกระดับข้อเรียกร้องของตน โดยมีการเรียกร้อง “ค่าชดเชยความเสียหาย” จากอีกฝ่าย ขณะที่อิหร่านได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาทิ การยุติปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร การถอนกำลังทหารสหรัฐ และการชดเชยความเสียหายจากสงคราม
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นของผู้นำทางความมั่นคงของอิหร่าน โดยที่ปรึกษาระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่าสหรัฐมีความสับสนและขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการดำเนินสงคราม พร้อมชี้ว่าอิหร่านสามารถรับมือกับทุกความพยายามของสหรัฐได้ และมองว่าชัยชนะอยู่ฝั่งตน
ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของอิหร่านคือการสร้าง “อำนาจยับยั้ง” (Deterrence) เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามต้องคำนึงถึงต้นทุนหากคิดจะโจมตีในอนาคต โดยหนึ่งในแนวทางคือการยืดระยะเวลาความขัดแย้งเพื่อสร้างแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งทำให้สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อระบบการค้าและพลังงานของโลก
ที่มา : CNBC








