กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธ (12 ส.ค.) ว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในเดือนก.ค. พุ่งแตะ 4.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนก.ค. เนื่องจากรายจ่ายของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากภาษีศุลกากรติดลบมากขึ้น
ยอดขาดดุลงบประมาณสะสมในปีงบประมาณ 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 1.799 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่ายอดขาดดุลตลอดทั้งปีงบประมาณ 2568 ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนก่อนสิ้นปีงบประมาณ
ทั้งนี้ ยอดขาดดุลงบประมาณในเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 1.41 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 48% จากเดือนก.ค. 2568 และเป็นยอดขาดดุลรายเดือนสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564 ซึ่งขณะนั้นสหรัฐฯ ขาดดุล 6.60 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการใช้จ่ายในโครงการเยียวยาผลกระทบจากโรคโควิด-19
โดยก่อนหน้านี้มีเพียง 2 เดือนที่สหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณสูงกว่ายอดดังกล่าว ได้แก่ เดือนมิ.ย. 2563 ที่ 8.64 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเดือนเม.ย. 2563 ที่ 7.38 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นช่วงที่การชัตดาวน์เศรษฐกิจเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้จากภาษีลดลงอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ รายหนึ่งระบุว่า รายจ่ายของรัฐบาลในเดือนก.ค.ก่อนปรับตามปัจจัยต่าง ๆ ทำสถิติสูงสุดสำหรับเดือนก.ค. ที่ 7.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 22% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม การขาดดุลในเดือนก.ค.ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากการเลื่อนวันจ่ายสวัสดิการตามปฏิทิน โดยรายจ่ายในเดือนก.ค.สูงเกินปกติ 9.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากรัฐบาลต้องจ่ายสวัสดิการของเดือนส.ค. 2569 จำนวนมากล่วงหน้าในเดือนก.ค. เพราะวันที่ 1 ของเดือนส.ค.ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








