นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า หลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 72.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 61.2% เมื่อวานนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 27.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 38.8% เมื่อวานนี้
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงทะยานขึ้นในวันนี้ ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า สงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อไปตลอดช่วงที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งของปธน.ทรัมป์
นายดาน สตรุยเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอิหร่านทวีความรุนแรงในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์










