Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

ช่องแคบฮอร์มุซยังระอุ อิหร่านจ่อเก็บค่าผ่านทาง 2 ล้านดอลลาร์ จุดชนวน Stagflation

30 มีนาคม 2569|10:52 น.

Gold Bullish

  • ติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน
  • ติดตามตัวเลขการจ้างงาน

Gold Bearish

  • ติดตามตัวเลขอัตราการว่างงาน
  • ติดตามความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ
  • ติดตามการแถลงการณ์กรรมการเฟดทั้ง 4 คน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำเริ่มมีการฟื้นตัวขึ้น จากการที่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ได้เริ่มส่งสัญญาณชะลอความตึงเครียดด้วยการหยุดการโจมตีอิหร่านเป็นระยะเวลา 10 วันจนถึงวันที่ 6 เม.ษ.แต่ทว่าความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบตึงตัว ซึ่งส่งผลให้ตลาดกังวลภาวะเงินเฟ้อและเฟดอาจมีการคง / ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในภายหลัง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แข็งค่าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

ติดตามตัวเลขการว่างงาน / จ้างงาน วันศุกร์ที่ 3 เม.ษ. คาดทรงตัว

ในวันศุกร์ที่ 3 เม.ษ. นี้ สหรัฐฯ จะมีการประกาศตัวเลขการว่างงาน / จ้างงาน คาดการณ์อาจออกมาทรงตัว เนื่องจากการประชุม FOMC ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. เฟดได้เปิดเผยตัวเลขการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ (Economic projections) ซึ่งเผยถึงมุมมองเชิงบวกต่ออัตราการว่างงานในปี 2026 2027 และ 2028 ที่ระดับ 4.4% , 4.3% และ 4.2% ตามลำดับ ตัวเลขกฎของซาม หรือ Sahm Rule Recession ( ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2025 – ก.พ. 2026 ที่ได้อ้างอิงถึงค่าเฉลี่ยอัตราการว่างงาน ได้ปรับตัวลดลง 4 เดือนติดต่อกัน จากระดับ 0.43 หน่วย เหลือเพียง 0.27 หน่วย (หากทะลุ 0.35 ขึ้นไป เสี่ยงภาวะว่างงานพุ่ง และอาจเกิดเศรษฐกิจถดถอย) และยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้กล่าวว่า อัตราการว่างงานแทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่ช่วงปี 2025 แต่เฟดจำเป็นต้องเห็นความคืบหน้าในการลดเงินเฟ้อที่ชัดเจนเสียก่อน จึงจะสามารถกลับมาพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้

อย่างไรก็ตาม พาวเวลก็ยังแสดงความกังวลถึงอัตราการจ้างงานใหม่ที่ซบเซาลง และหากราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน มันจะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อการบริโภคและรายได้ที่ใช้สอยได้จริงของประชาชน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวม

จากข้อมูลข้างต้น ทำให้นักลงทุนยังต้องจับตาต่อไปว่า การจ้างงาน / ว่างงาน จะออกมาในทิศทางใด เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวคือข้อมูลสำคัญในการพิจารณาดอกเบี้ยของเฟดว่า อัตราดอกเบี้ยเห็นสมควรที่จะมีการปรับขึ้น ลดลง หรือคงที่ต่อไป เพื่อให้เฟดสามารถเข้าใกล้อัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง (neutral interest rate) ให้ได้มากที่สุด

ติดตามความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล – อิหร่าน ได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนใกล้ครบ 1 เดือนเต็ม โดยทั้ง 2 ฝ่ายยังคงไม่มีท่าทีในการสงบศึก และยังคงมีการโจมตีทางอากาศไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ ตลอดเวลา ทั้งนี้ มีเหตุการณ์สำคัญที่น่าสนใจก็คือ อิหร่านเริ่มดำเนินมาตรการเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมผ่านทาง” (Transit Fees) จากเรือพาณิชย์บางลำที่ต้องการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอาจมีค่าผ่านทางสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ ต่อเที่ยว เพื่อแลกกับการรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือ แม้ปัจจุบันจะเป็นการเรียกเก็บแบบรายกรณี แต่อิหร่านกำลังมีแนวคิดที่จะผลักดันให้การเก็บค่าผ่านทางนี้กลายเป็นกฎข้อบังคับถาวรหลังการตกลงยุติสงคราม โดยสมาชิกรัฐสภาอิหร่านเผยว่า กำลังมีการผลักดันร่างกฎหมายบังคับให้นานาชาติต้องจ่ายเงินให้อิหร่านเพื่อแลกกับการใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งที่ปลอดภัย ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาติผู้ผลิตน้ำมันอาหรับที่มองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาดเพราะเป็นการละเมิดอธิปไตยในน่านน้ำสากล

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาท่าที / แนวโน้มการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านว่าจะสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสันติและเป็นประโยชน์ต่อประเทศต่างๆ ที่ต้องการนำเข้าน้ำมัน รวมถึงประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในภูมิภาคอาหรับผ่านช่องแคบดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี อาจส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า และราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้น แต่หากไปในทางตรงกันข้าม ก็อาจส่งผลให้ราคาทองคำมีการปรับฐานลงอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน

ติดตามการแถลงการณ์กรรมการเฟดทั้ง 4 คน

ในสัปดาห์นี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด และผู้ว่าการเฟดอีก 3 คน ได้แก่ นายไมเคิล บาร์ , นางมิเชล โบว์แมน และนายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก จะมีถ้อยแถลงสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายทางการเงิน ซึ่งในช่วงการประชุม FOMC ในวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมานี้ กรรมการเฟดทั้ง 4 คนที่ได้กล่าวไปในข้างต้น (จากทั้งหมด 12 คน) ได้ลงมติให้เฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ทั้งนี้ พาวเวลยังได้กล่าวย้ำในการประชุมดังกล่าวเอาไว้ว่า คณะกรรมการเฟดจำเป็นต้องเห็นความคืบหน้าในการลดเงินเฟ้อเสียก่อน จึงจะสามารถกลับมาดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ ในขณะที่อัตราการว่างงานจะแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยนับตั้งแต่ช่วงปี 2025

อีกทั้งในก่อนหน้านี้ นายไมเคิล บาร์ ผู้ว่าการเฟด และ นายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ได้มีมุมมองที่ตรงกันว่า ภาวะช็อกของราคา (Price shock) จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เป็นสิ่งที่เฟดควรใช้เวลาเพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจเสียก่อนที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่นางมิเชลโบว์แมน กลับเรียกร้องให้เฟดมีการลดดอกเบี้ย 3 ครั้งภายในปี 2026 จากความกังวลด้านภาวะตลาดแรงงานที่ซบเซา

นอกจากนี้ ดร.นูเรียล รูบินี (Nouriel Roubini) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ผู้ได้รับฉายา “Dr. Doom” จากการทำนายวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ได้ออกมาเตือนว่า สงครามในอิหร่านกำลังจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทิศทางเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และหากอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นจนประชาชนไม่สามารถรับมือได้ เฟดจะถูกบังคับให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อดึงการคาดการณ์เงินเฟ้อกลับมาทันที ซึ่งปัจจัยชี้ขาดขึ้นอยู่กับว่าราคาน้ำมันจะยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ / บาร์เรล ไปได้นานแค่ไหน ซึ่งหากลากยาวถึงสิ้นเดือนเม.ษ. ผลกระทบจะยิ่งรุนแรง

จากข้อมูลที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ทำให้ยังต้องจับตาว่า มุมมองของคณะกรรมการเฟดที่ได้กล่าวไปในข้างต้นจะมีมุมมองต่อเงินเฟ้อและตลาดแรงงานที่ดีขึ้น / แย่ลงหรือไม่ เนื่องจากมีแนวโน้มสูงที่จะส่งผลให้ตลาด CME FedWatch มีการคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยเฟดที่เปลี่ยนแปลงไป และอาจส่งผลให้ราคาทองคำเกิดความผันผวนได้

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่จาก JOLTS (ล้านตำแหน่ง) เดือน ก.พ.
  • การจ้างงานนอกภาคการเกษตรจาก ADP เดือน มี.ค.
  • ดัชนี PMI ภาคการผลิต / บริการจาก ISM เดือน มี.ค.
  • จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง เทียบรายเดือน / รายปี เดือน มี.ค.
  • การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน มี.ค.
  • อัตราการว่างงาน เดือน มี.ค.

แนวโน้มราคาทอง

ราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้คาดว่าในทางเทคนิคจะยังคง Sideway หลังจากได้มีการปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4600  ดอลลาร์ และมีการย่อตัวลง หลังจากราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเนื่องด้วยเฟดกังวลภาวะเงินเฟ้อ และช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำจะยังคงแกว่งตัวต่อไป โดยมีแนวรับที่ 4,200 และ 4,080 ดอลลาร์ โดยหากหลุดแนวรับดังกล่าว อาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยมีแนวรับถัดไปที่ 3905 ดอลลาร์ ตามเส้น 1.414 ของ Fibonacci แต่หากว่าเหตุการณ์มีการเปลียนแปลง อาทิเช่น สงครามสหรัฐฯ – อิหร่านมีการเจรจาที่ลงตัวและตลาดเลิกกังวลภาวะเงินเฟ้อ อาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,600 และ 4,770 ดอลลาร์ โดยหากมีการทะลุแนวต้านดังกล่าว อาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,860 ดอลลาร์ ตามเส้น 0.618 ของ Fibonacci ได้เช่นกัน

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 66,000 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 64,400 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 70,750 บาท และ 71,850 บาท

image 346

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 03-04-2569

15:47 น.

 
Cover 1000x670 02

Night Recap Gold Futures 03-04-2569

15:44 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 03-04-2569

08:56 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 03-04-2569

08:43 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า