Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

ทองคำจะฟื้นได้แรงแค่ไหน สัปดาห์นี้ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ และแถลงการณ์ วอร์ช ณ กรุงเทพฯ

12 ตุลาคม 2569|08:16 น.

Gold Bullish

– เควิน วอร์ช ประธานเฟด ส่งสัญญาณไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย

Gold Bearish

– สหรัฐฯ เตรียมเผยตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PPI ตลาดคาดการณ์ปรับเพิ่มสูงขึ้น

จับตา! “เควิน วอร์ช” บินตรงมาไทย ขึ้นเวที IMF-World Bank

การกลับมาจัดประชุมอีกครั้งหลังผ่านไป 35 ปี จึงไม่ใช่เพียงโอกาสสำคัญในการต้อนรับผู้แทนจากทั่วโลก แต่ยังเป็นการสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการประชุมและความร่วมมือระดับภูมิภาคและนานาชาติ ตลอดจนตอกย้ำความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของเอเชียต่อการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลก

การประชุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีพบปะของผู้นำทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่เงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ผันผวน ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน ไปจนถึงสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามอง คือการปรากฏตัวของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) นับเป็นประธานเฟดคนที่ 2 ที่เดินทางมาประชุม ต่อจาก อลัน กรีนสแปน ในปี 1991 ซึ่งมีกำหนดขึ้นเวทีสนทนาร่วมกับนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เวลา 10.30–11.00 น. ภายใต้หัวข้อ “Managing Director’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh”

สิ่งที่ตลาดต้องติดตามไม่ใช่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจหรือระดับอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น แต่รวมถึงน้ำหนักที่เฟดจะให้กับการควบคุมเงินเฟ้อและการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะถ้อยแถลงหรือสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายการเงินอาจส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กระแสเงินทุนระหว่างประเทศ และทิศทางราคาทองคำได้

นอกจากการหารือของผู้กำหนดนโยบายระดับโลกแล้ว ประเทศไทยยังเป็นเวทีเผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุด หรือ World Economic Outlook (WEO) ของ IMF ซึ่งจะนำเสนอประมาณการเศรษฐกิจโลกสำหรับปี 2569 และ 2570 ซึ่งรายงานฉบับนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายในการประเมินว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด และภูมิภาคใดมีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทั้งด้านการค้า นโยบายการเงิน และความขัดแย้งระหว่างประเทศ

สหรัฐฯ เตรียมเผยตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PPI

คืนวันพุธที่ 14 ต.ค. เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เตรียมเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน ก.ย. หนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดในใช้เพื่อพิจารณานโยบายดอกเบี้ย ซึ่งในรอบนี้นับว่าค่อนข้างสำคัญ ซึ่งตรงกับช่วงที่เฟดเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายมานานกว่า 5 ปีแล้ว ถือว่านานเกินไปและอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน จากวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น หนุนให้ราคาต้นทุนสินค้าปรับตัวขึ้น

ตลาดคาดการณ์เงินเฟ้อ CPI จะปรับพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับ 3.6% จากระดับ 3.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งหากวิเคราะห์จากราคาน้ำมันดิบระหว่างเดือน ส.ค. กับ เดือน ก.ย. จะพบว่าเดือน ก.ย. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นทำจุดสูงสุดเกือบ 110 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ก่อนกลับมาปิดตลาดที่ 97.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าเดือน ส.ค. ที่ปิดตลาดเพียง 90.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ตัวเลข CPI จะส่งผลกระทบต่อราคาทองอย่างไรบ้าง?

1. หากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าที่คาด ราคาทองมีโอกาสเผชิญแรงขาย ตลาดจะเริ่มปรับมุมมองว่าเฟดจะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อ โดยอาจเห็นค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม หากเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเพิ่มความเสี่ยงในตลาดการเงิน ก็อาจมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเข้ามาช่วยพยุงราคาได้

2. หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ราคาทองคาดมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ตลาดจะเริ่มปรับลดมุมมองการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟด และมองว่าผลของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. เริ่มส่งผลให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงได้

3. หากตัวเลขออกมาเท่ากับที่คาด ภาพรวมวิเคราะห์ว่าจะส่งผลลบต่อราคาทอง แต่อาจไม่แรงเท่ากับสูงกว่าที่คาด

ขณะที่ดัชนีเงินเฟ้อ PPI จะประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค. เวลา 19.30 น.ตลาดคาดการณ์ปรับสูงขึ้นสู่ระดับ 0.5% จากระดับ 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • ประชุม IMF-World Bank 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม
  • สหรัฐฯ เผยตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PPI เดือน ก.ย.
  • จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ยอดค้าปลีก
  • ติดตามแถลงการณ์นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด

แนวโน้มราคาทอง

ภาพรวมราคาทองคำในสัปดาห์นี้ ฮั่วเซ่งเฮงประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) โดยมีแนวต้านสำคัญระยะสั้นที่ 4,220 ดอลลาร์ หากสามารถทะลุผ่านระดับดังกล่าวได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 4,275 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA 50 วัน หากราคาผ่านแนวต้านนี้ได้ จะเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ราคาทองคำฟื้นตัวต่อเนื่องในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 4,220 ดอลลาร์ได้ ควรระมัดระวังแรงขายทำกำไรที่อาจกลับมากดดันราคา โดยมีแนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่ 4,100–4,120 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ต้องติดตามว่าราคาจะสามารถประคองตัวได้หรือไม่

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยขายปิดทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวขึ้น ใกล้แนวต้านบริเวณ 66,900 – 67,000 บาท และหาจังหวะเข้าซื้อสะสมรอบใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับ 64,500 – 64,700 บาท

image 133
ที่มา : MT5, ฮั่วเซ่งเฮง

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 12-10-2569

16:07 น.

 
Cover 1000x670 03

Night Recap Gold Futures 12-10-2569

15:14 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 12-10-2569

09:02 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 12-10-2569

08:24 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า