แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวระยะสั้น
- ราคาทองฟื้นตัว รัสเซีย–ยูเครนบรรลุดีลพักรบด้านพลังงาน แต่ช่องแคบฮอร์มุซยังระอุกดดันราคาทองคำ
Gold spot
สูงสุด – 4,207 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,130 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,650 บาท
ต่ำสุด – 66,300 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองโลกในช่วงต้นสัปดาห์มีแนวโน้มฟื้นตัว หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า รัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลงพักรบด้านพลังงานและมีผลทันที ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุว่ายังรอรายละเอียดจากสหรัฐฯ แต่ยูเครนพร้อมสนับสนุนการหยุดยิงหากรัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลง ขณะที่ความเสี่ยงด้านพลังงานยังคงอยู่จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮูตีโจมตีสนามบินในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย และมีรายงานโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น กดดันเงินเฟ้อรวมถึงราคาทองคำ ท่ามกลางความกังวลต่ออุปทานน้ำมัน ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทองแดงปิดบวก 1.88% หลังอุปสงค์จากจีนมีสัญญาณฟื้นตัวและอุปทานโลกตึงตัว ขณะที่ปากีสถานประกาศภาวะฉุกเฉินในแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางกับฝ่ายค้านที่รุนแรงขึ้น เพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองในภูมิภาค
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้ สหรัฐฯ ไม่มีการประกาศตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองคำโลกกลับมาฟื้นตัว แต่ Upside ในระยะสั้นอาจมีไม่มาก โดยประเมินว่าราคาอาจยังติดแนวต้านสำคัญที่ระดับ 4,225 ดอลลลาร์
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,165 และ 4,125 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,235 และ 4,270 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,165 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,125 ดอลลาร์ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่แนวต้านที่ 4,235 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 66,200 และ 65,900 บาท
แนวต้าน : 66,800 และ 67,200 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 66,200 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,900 บาทลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 66,800 บาท











