Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

สรุปรายงาน FOMC และแรงกดดันกรรมการเฟดอาจหักดิบตลาด จับตาแนวโน้มดีลสหรัฐฯ-อิหร่านรอบ 2

06 กรกฎาคม 2569|09:46 น.

Gold Bullish

  • จับตาแนวโน้มการเจรจาสหรัฐฯ – อิหร่าน หลังวันที่ 9 ก.ค.

Gold Bearish

  • ติดตามบทสรุปการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิ.ย.
  • ติดตามถ้อยแถลงคณะกรรมการเฟดทั้ง 2 ท่าน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้น จากการที่ประเทศกาตาร์ได้เผยว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และปากีสถานได้เสร็จสิ้นการหารือกับคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านและสหรัฐฯ ในกรุงโดฮาเมื่อวันพุธที่ 1 ก.ค. โดยระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าในเชิงบวกในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งหนุนให้ราคาน้ำมันดิบลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้อ / ดอกเบี้ยเฟดอาจลดลงในภายหลังด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

จับตาสหรัฐฯ – อิหร่าน หลังยังไม่มีความคืบหน้า

เมื่อสัปดาห์ก่อน สหรัฐฯ – อิหร่าน ได้เสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบล่าสุดที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งการหารือที่กาตาร์จบลงโดยยังไม่มีสัญญาณบรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร แม้มีความคืบหน้าประเด็นเดินเรือ-ปลดล็อกเงินทุน แต่ทว่าโครงการนิวเคลียร์ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย โดยกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ระบุว่า การเจรจารอบถัดไปจะมีขึ้นหลังพิธีศพของนายอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่มีกำหนดฝังศพในวันที่ 9 ก.ค. และทางอิหร่านได้ระบุว่า การหารือที่โดฮามีความคืบหน้าเชิงบวก ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบันทึกความเข้าใจที่นำไปสู่การยุติสงครามเมื่อเดือนมิ.ย. และเป็นการต่อยอดจากการประชุมสุดยอดที่สวิตเซอร์แลนด์ ในขณะที่ปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าในการหารือเกี่ยวกับข้อจำกัดต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านก่อนหน้านี้ พร้อมระบุว่า กระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นโครงการนิวเคลียร์ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมรอบนี้ เนื่องจากเป็นการประชุมเชิงเทคนิค โดย เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ ได้ออกมายอมรับว่า การหารือเรื่องนิวเคลียร์จะถูกนำเข้าสู่โต๊ะเจรจาในลำดับถัดไป

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดยังต้องติดตามต่อไปว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่จะเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 9 ก.ค. เป็นต้นไปนี้ จะมีแนวโน้มเชิงบวกต่อจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหรือไม่ หากการเจรจารอบใหม่นี้เป็นไปได้ด้วยดี อาจส่งผลให้ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด มีแนวโน้มลดลงในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ แต่หากออกมาในทางตรงกันข้าม อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงอีกครั้ง

ติดตามบทสรุปการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิ.ย.

ในวันที่ 9 ก.ค. เฟดจะมีการเผยบทสรุปการประชุม FOMC ของวันที่ 16-17 มิ.ย. ซึ่งหากอ้างอิงถึงการประชุม FOMC ที่ผ่านมานี้ คณะกรรมการฯ มีมติให้คงช่วงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Federal Funds Rate) ไว้ที่ระดับ 3.50% – 3.75% โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง (Solid Pace) แม้ว่าระบบเศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอนในระดับสูง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ตาม

ในภาคส่วนของการจ้างงาน อัตราการจ้างงานใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นในระดับที่สอดคล้องกับจำนวนแรงงานที่เข้าสู่ระบบ ทำให้อัตราการว่างงานโดยรวมเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยและอยู่ในเกณฑ์ที่มีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ข้อมูลการจ้างงานในช่วง 3 ถึง 6 เดือนที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ดีขึ้นและคณะกรรมการเห็นพ้องว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงปรับตัวอยู่สูงกว่าเป้าหมายระยะยาวของธนาคารกลางที่ระดับ 2% มาเป็นเวลานานกว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งราคาสินค้าที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงนี้สร้างภาระให้กับผู้บริโภคผ่านผลกระทบจากภาวะช็อกด้านอุปทาน (Supply Shocks) ของพลังงานที่หนุนให้ราคาสินค้าในบางภาคส่วนปรับตัวสูงขึ้น และคณะกรรมการเฟดมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าจะมุ่งมั่นในการสร้างเสถียรภาพของเงินเฟ้ออย่างแท้จริง ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช ได้กล่าวว่า ตราบใดที่ Fed ยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองด้วยการกดเงินเฟ้อลงมาที่ระดับ 2% ตามที่เคยสัญญาไว้ได้สำเร็จ Fed ก็จะไม่ยอมคุยเรื่องการเปลี่ยนตัวเลขนี้เด็ดขาด เพราะถ้ายิ่งขยับเป้าหมายหนีไปตอนที่ยังทำไม่สำเร็จ ประชาชนจะหมดความเชื่อมั่นและมองว่าเฟดไม่มีความสามารถในการคุมเงินเฟ้อจริง ๆ จนต้องยอมเปลี่ยนกติกาเพื่อเอาตัวรอด

นอกเหนือจากงานเงินเฟ้อและตลาดแรงงานที่เป็นพันธกิจหลักของเฟดแล้ว นายเควิน วอร์ชยังได้ยกเลิก Forward Guidance โดยทางคณะกรรมการมีมติร่วมกันในการตัดข้อความชี้นำทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต (Forward Guidance) ออกจากแถลงการณ์ เนื่องจากกรรมการเฟดบางส่วนมองว่าการให้ Forward Guidance ไม่ใช่ภารกิจหลักที่ธนาคารกลางควรทำเป็นปกติ และเป็นการชี้นำตลาดให้ทำตามที่เฟดพูด แทนที่เฟดจะเป็นผู้สังเกตการณ์ตลาดและสื่อสารกับตลาดตามความเหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่า

จากปัจจัยที่ได้กล่าวไปในข้างต้น สามารถกล่าวได้ว่า หากบทสรุปการประชุม FOMC ที่จะมีการประกาศในวันที่ 9 ก.ค. เป็นจริงเหมือนอย่างที่นายเควิน วอร์ชได้แถลงไปเมื่อวันที่ 16-17 มิ.ย. อาจทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์หรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงได้ในภายหลัง เนื่องจากเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดคือสิ่งที่เฟดต้องควบคุมให้ได้อย่างไม่ลดละกลางคัน ในขณะที่ตลาดแรงงานยังคงมีเสถียรภาพ เนื่องจากการจ้างงานใหม่โตทันกับจำนวนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราว่างงานเปลี่ยนแปลงน้อยและมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ หากเฟดเลือกที่จะลดการสื่อสารกับตลาดลง อาจส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนสูงขึ้นในช่วงที่เฟดมีการประกาศใช้นโยบายอื่น ๆ เพิ่มเติมได้

ติดตามถ้อยแถลงคณะกรรมการเฟดทั้ง 2 ท่าน

ในวันที่ 6 ก.ค. เวลา 22.00 น. นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด จะมีกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับนโยบายทางการเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้ในวันที่ 22 มิ.ย. วอลเลอร์ได้แสดงความกังวลว่า วิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบฝังลึกต่อเงินเฟ้อมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมแถลงจุดยืนสนับสนุนให้เฟดปรับเปลี่ยนถ้อยแถลงนโยบายการเงินโดยตัดข้อความส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย (Easing Bias) ออก เพื่อเปลี่ยนเป็นท่าทีตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในระยะสั้น อีกทั้งวอลเลอร์ยอมรับว่า เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะ 1-5 ปีข้างหน้าขยับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี 2026 ซึ่งเฟดมองว่าเงินเฟ้อเป็นเรื่องชั่วคราวนานเกินไป และความเสี่ยงนี้ทำให้วอลเลอร์ไม่สามารถตัดโอกาสการ “ปรับขึ้นดอกเบี้ย” ในอนาคตออกไปได้หากเงินเฟ้อไม่ลดลง

และในวันที่ 9 ก.ค. เวลา 20.00 น. นายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดนิวยอร์ก จะมีกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับนโยบายทางการเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้ในวันที่ 26 มิ.ย. วิลเลียม ได้กล่าวว่า แรงกดดันเงินเฟ้อในปัจจุบันยังคงสูงเกินไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ แม้คาดว่าจะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี 2026 พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในปี 2026 อยู่ที่ 3.50% และเลื่อนกรอบเวลาที่เงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ออกไปเป็นปี 2028 อย่างไรก็ตาม วิลเลียมมองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับร้อยละ 3.50% 3.75% อยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตประมาณร้อยละ 2.25 ในปี 2026 – 2028 ขณะที่อัตราการว่างงานซึ่งอยู่ที่ 4.3% ในเดือนพ.ค. และจะทยอยปรับตัวลดลงเหลือ 4% ภายในปี 2028

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้นักลงทุนต้องจับตาต่อไปว่า ภายหลังที่สหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-Farm) ออกมาเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ / ครั้งก่อน ในขณะที่อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) เผยออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ / ครั้งก่อน เช่นกัน มุมมองของนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด และนายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดนิวยอร์ก จะมีมุมมองที่เปลี่ยนไปหรือไม่ หากทั้ง 2 มีท่าทีที่เข้มงวดต่อนโยบายการเงินมากขึ้น อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง แต่หากเป็นมุมมองที่ผ่อนคลาย ก็อาจหนุนให้ราคาทองคำขึ้นได้เช่นกัน

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

– ดัชนี PMI ภาคการบริการจาก ISM เดือน มิ.ย.
– ดุลการค้าสหรัฐฯ เดือน พ.ค. และ ดุลการค้าจีน เดือน มิ.ย.
– ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยรายงานการประชุม วันที่ 16-17 มิ.ย.
– จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อในสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำสามารถสร้างฐานและปรับตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับที่ 3,950 ดอลลาร์ แต่ทว่าในภาพรวมTrend Line ยังคงเป็นลักษณะ falling wedge โดยมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,260 – 4,360 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้มีทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้

มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน มีความคืบหน้าเชิงบวก ภายหลังที่มีการฝังศพของนายอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่มีกำหนดฝังศพในวันที่ 9 ก.ค.นี้ อาจหนุนให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ มีแนวโน้มปรับตัวลงในอนาคต ซึ่งเป็นการเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น โดยหากทองคำยังคงรับรู้ปัจจัยดังกล่าว มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,260 ดอลลาร์ และ 4,360 ดอลลาร์

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): ในทางกลับกัน หากสหรัฐฯ – อิหร่าน ไม่สามารถเจรจากันได้อย่างลงตัวในภายหลัง ในขณะที่บทสรุปผลการประชุม FOMC รวมถึงถ้อยแถลงของนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด และนายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดนิวยอร์ก ยังออกมาในเชิงเข้มงวดต่อนโยบายการเงิน ปัจจัยเหล่านี้อาจกดดันให้ราคาทองคำถูกแรงเทขายกลับลงมาอีกครั้ง โดยมีแนวรับบริเวณ 3,950 และ 3,890 ดอลลาร์ ทั้งนี้ หากทองโลกหลุดแนวรับทั้งหมดที่ได้กล่าวไปข้างต้น แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 3,690 ดอลลาร์ ตามเส้น 1.272 ของ Fibonacci และแนวรับตาม Trend Line

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 64,150 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 63,150 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 66,600 บาท และ 67,600 บาท

image 70

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 06-07-2569

08:49 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 06-07-2569

08:47 น.

 
New SET SSF Cover 1000x670 06

Derivatives Recap 06-07-2569

08:43 น.

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 03-07-2569

15:58 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า