ข่าวสารการลงทุน

ทองครึ่งปีหลังไม่กลับไปที่ ATH แต่ลุ้นกลับทิศเป็นขาขึ้น แตะ $4,900-$5,000

06 กรกฎาคม 2569|11:07 น.

โดยคุณศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา
ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

ครึ่งปีแรกทองให้ผลตอบแทนติดลบ 7.2%

ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ทองคำเริ่มต้นปีใหม่อย่างสดใสเดือนมกราคมปรับตัวขึ้นร้อนแรง 1,300 ดอลลาร์ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 5,595 ดอลลาร์ ปรับขึ้นถึง 29% ส่วนทองไทยปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 81,500 บาท ปรับขึ้นถึง 25% หลังจากนั้นเริ่มมีการพักฐาน

สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเข้ามาเพียงวันเดียวในวันที่ 2 มีนาคม ราคาทองคำขึ้นไปแตะ 5,418 ดอลลาร์ แต่การปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบต่อการขนส่งพลังงาน ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นราว 50% ทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางชั้นนำทั่วโลกเปลี่ยนทิศต้องกลับมาคุมเข้มดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ยิ่งสงครามยืดเยื้อมากขึ้นๆ มุมมองตลาดต่อการที่เฟดคุมเข้มดอกเบี้ยก็มากขึ้นตามไปด้วย ราคาทองคำเปลี่ยนทิศจากขาขึ้นกลับเป็นขาลงทั้งระยะสั้นและระยะยาว หลังหลุดเส้น SMA 200 วันในวันที่ 5 มิถุนายน แรงเทขายทองคำอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลเพื่อล็อกผลตอบแทน หันไปลงทุนในตลาดหุ้น หุ้นเทคจากกระแส AI บูม การระดมทุน IPO ของหุ้น SpaceX วงเงิน 85,700 ล้านดอลลาร์  ซึ่งเป็น IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน

ในช่วง 4 เดือนของสงครามอิหร่านราคาทองคำปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องจนหลุด 4,000 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน และลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 3,945 ดอลลาร์ ทองไทยลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 62,500 บาท ผลตอบแทนครึ่งปีแรกของปีนี้ทองโลกติดลบ 7.2% ปิดที่ 4,007 ดอลลาร์ ทองไทยติดลบ 2.5% ปิดที่ 63,300 บาท

image 71

ทองครึ่งปีแรกเหวี่ยงขึ้นลงแรง

image 71
ที่มา : Aspen, กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง

4. ประเด็นสำคัญกระทบตลาดทองคำในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026

  • แนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางชั้นนำ
  • ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะกลับมาปะทุหรือไม่
  • Fund Flow ของนักลงทุน
  • การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

1. แนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางชั้นนำ

ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ธนาคารกลางชั้นนำของโลกจะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ทองคำมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะในช่วงของการปรับเปลี่ยนนโยบาย ในปีนี้อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ เปลี่ยนจากดอกเบี้ยขาลงเป็นดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้กลายเป็นกระทบทางลบกับราคาทองคำมาก 

เควิน วอร์ช ประธานเฟด แสดงท่าทีสายเหยี่ยวกว่าตลาดคาด ในการประชุมเฟดครั้งแรกของท่านในวันที่ 16-17 มิถุนายนที่ผ่านมา เควิน วอร์ช แถลงว่า อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปีแล้ว และเฟดจะฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมาย 2% ให้ได้  หลังจากการประชุมตลาดกังวลว่าเฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม จากเดิมในเดือนธันวาคมเป็นเดือนกันยายน ขณะที่ BofA ได้คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปีนี้  ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อฉุดเงินเฟ้อให้ลดลง ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทองคำหนัก

ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ทางฮั่วเซ่งเฮงคาดเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง 0.25% ที่สำคัญต้องติดตามการประชุมเฟดประจำปีที่แจ็กสันโฮลในวันที่ 27 – 29 สิงหาคม และการประชุมเฟดในช่วง 4 ครั้งที่เหลือของปีนี้ แต่เราให้ความสำคัญในการประชุมเดือนกันยายนมากสุด เควิน วอร์ชอาจใช้เวทีแจ็กสัน โฮลในการแถลงแนวโน้มนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ แนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด การปฏิรูปเฟด (Fed Regime) สะท้อนจากการประชุมเฟดครั้งแรกของท่าน ท่านไม่ส่ง Dot Plot และตัด Forward Guidance หรือการชี้นำล่วงหน้าถึงแนวโน้มดอกเบี้ยในแถลงการณ์ประชุม เพื่อให้ข้อมูลเศรษฐกิจและกลไกตลาดเป็นตัวนำทิศทางที่แท้จริง ส่วนการประชุมในเดือนกันยายน ถ้าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเกิดขึ้นจริง ราคาทองคำน่าจะตอบรับในประเด็นนี้ทางลบไปแล้ว  และกรณีไม่มีแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อและมีการเปิดทางลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง  จะทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี

อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ

image 72
ที่มา : ธนาคารกลางสหรัฐฯ, กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง

2. ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะกลับมาปะทุหรือไม่

สหรัฐฯ- อิหร่านได้ลงนามข้อตกลง MOU เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อยุติสงครามลงชั่วคราว เป็นเพียงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ประเด็นสำคัญที่ยังคงต้องติดตามในช่วงเวลา 60 วันหรืออาจขยายเวลาออกไปอีก คือ การเจรจาประเด็นนิวเคลียร์เพื่อยุติสงครามอย่างถาวร เป็นประเด็นอ่อนไหวที่สหรัฐฯ- อิหร่านยังมีความเห็นแตกต่างกันมาก การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ยังมีความไม่แน่นอนที่อาจทำให้เกิดการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงได้ การเจรจาสันติภาพอาจหยุดชะงัก และสงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อต่อไป หลังจากสงครามยาวนานมา 4 เดือนแล้ว ทำให้อาจเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำได้ในบางช่วง แต่ถ้าการเจรจาบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อยุติสงครามได้ สงครามจบได้จริง คาดราคาทองจะปรับขึ้นแรง

3. Fund Flow ของนักลงทุน

นักลงทุนมีการโยกเงินออกจากตลาดทองคำในช่วงสงครามอิหร่านอย่างชัดเจน สะท้อนจากการไหลออกของกองทุน ETF ทองคำรายใหญ่อย่าง SPDR ที่มีการขายทองคำออกมาถึง 96 ตันในช่วง 4 เดือนของสงคราม ไตรมาส 2 ของปีนี้ทองคำให้ผลตอบแทนติดลบ 14.2% ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 13 ปี ขณะที่ไตรมาส 2 ของปีนี้กลายเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในรอบ 5 ปี สงครามอิหร่านไม่สามารถหยุดแรงซื้อในตลาดหุ้นได้ หุ้นเทคยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยดัชนี Nasdaq ให้ผลตอบแทนสูง 21.4% นักลงทุนให้น้ำหนักกับการเติบโตของ AI และผลประกอบการมากกว่าความเสี่ยงระยะสั้น  ถึงแม้ว่ามีการแกว่งตัวรุนแรงของหุ้นเทค แต่เป็นลักษณะของตลาดกระทิงช่วงปลาย หรือสิ่งที่อลัน กรีนสแปน อดีตประธานเฟดเคยเรียกว่า “Irrational Exuberance” หรือความคึกคักเกินเหตุ ท่านได้พูดเตือนว่าเกิดฟองสบู่ในธุรกิจดอทคอมตั้งแต่ปี 1996 แต่ฟองสบู่ดอทคอมไปถึงจุดสูงสุดจริงในปี 2000 หรืออีกกว่า 3 ปีต่อมา ซึ่งสะท้อนว่าตลาดที่ดูแพงหรือร้อนแรง อาจยังปรับขึ้นได้อีกนานกว่าที่หลายคนคาด กระแสหุ้นเทค หุ้น AI มาแรงอาจยังเป็นปัจจัยลบต่อทองคำได้ต่อเนื่องถึงครึ่งหลังของปีนี้ ทั้งนี้ความกังวลของนักลงทุนว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่ใน AI บางช่วงอาจทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาดทองคำได้

Fund Flow ไหลออกจากกองทุน ETF ทองคำ SPDR

image 73
ที่มา : www.spdrgoldshares.com, กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง

4. การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายนอาจจะเป็นปัจจัยหนุนทองคำได้ การที่ทรัมป์ตัดสินใจทำสงครามอิหร่าน ทำให้คะแนนนิยมตกต่ำลงและสงครามครั้งนี้ดูเหมือนสหรัฐฯ จะพ่ายแพ้ ขณะนี้พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร การเลือกตั้งกลางเทอมมีโอกาสที่พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรครีพับลิกันยังคงรักษาเสียงข้างมากในวุฒิสภา 

ภาวะรัฐบาลแบ่งอำนาจ (Gridlock) คาดช่วยหนุนราคาทองคำ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ความไม่แน่นอนของนโยบาย ความเสี่ยงเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐฯ 

ปี 2010 พรรครีพับลิกันได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคเดโมแครตยังคงครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา  ราคาทองคำปรับขึ้นถึง 13% ในช่วง 6 เดือนหลังการเลือกตั้ง

ปี 2018 พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรครีพับลิกันยังคงรักษาเสียงข้างมากในวุฒิสภา ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 4.4% ในช่วง 6 เดือนหลังการเลือกตั้ง

ฮั่วเซ่งเฮงคาดราคาทองคำเป้าหมายสิ้นปีนี้ที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์

ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินว่า ทองคำคาดว่าจะพยายามสร้างฐานในกรอบ 3,800-4,260 ดอลลาร์ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เราคาดว่าโอกาสลงไปต่ำสุด 3,800 ดอลลาร์ ราคาทองไทยราว 61,000 บาท แต่ถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวคาดจะอาจลงไปลึกถึง 3,600 ดอลลาร์  ราคาทองไทยราว 59,000 บาท หลังจากนั้นในเดือนกันยายนราคาทองคำคาดจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,500 ดอลลาร์ที่เป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA 200 วัน ราคาทองไทยราว 68,000 บาท ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะเป็นการยืนยันแนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้อย่างชัดเจน ฮั่วเซ่งเฮงคาดราคาทองคำเป้าหมายสิ้นปีนี้ที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์ ราคาทองไทย 72,000-73,000 บาท

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
trump getty

ทรัมป์สั่งปลดบอร์ดเลือกตั้งสหรัฐฯ พ้นตำแหน่งยกชุด จับตาผลกระทบเลือกตั้งกลางเทอม

13:40 น.

 
usa iran

“สหรัฐ” เดินหน้าคุยอิหร่าน ย้ำหาทางออกทางการทูตควบคู่มาตรการตอบโต้

13:34 น.

 
kevin warsh

“ประธานเฟด” ตั้ง 5 คณะทำงานปฏิรูปนโยบาย ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกศึกษาผลกระทบ AI-เงินเฟ้อ-งบดุล

13:32 น.

 
ตลาดทองคำ

HSBC ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำปี 2026–2027 จากแนวโน้มเฟดเข้มงวด แต่ยังมองแรงหนุนระยะยาวคงอยู่

09:17 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า