ข่าวสารการลงทุน

สหรัฐขาย “ยูโร” พยุงค่าเงินเยน ญี่ปุ่น ขณะที่ยุโรปเพิ่งรับรู้หลังธุรกรรมเสร็จสิ้น สะท้อนความเปลี่ยนแปลงในเกมค่าเงินโลก

07 สิงหาคม 2569|14:23 น.

กระทรวงการคลังสหรัฐดำเนินการขายเงินยูโรแทนการใช้เงินดอลลาร์ เพื่อเข้าพยุงค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งได้รับทราบความเคลื่อนไหวดังกล่าวหลังจากธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว สะท้อนการเปลี่ยนแปลงแนวทางความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางหลักของโลก

รายงานระบุว่า คริสติน ลาการ์ด และ สกอต เบสเซนต์ ได้มีการหารือเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวในวันถัดมา อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมขายเงินยูโรได้ถูกดำเนินการไปแล้วโดย เฟดสาขานิวยอร์ก ในนามของกระทรวงการคลังสหรัฐ

เหตุผลที่สหรัฐเลือกใช้ “ยูโร” แทน “ดอลลาร์”

โดยปกติแล้ว ธนาคารกลางในโลกตะวันตกมักมีการประสานงานล่วงหน้าในการแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่สืบเนื่องมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ในครั้งนี้ สหรัฐได้ดำเนินการโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และแจ้งให้ ECB ทราบภายหลัง

การเลือกใช้เงินยูโรถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากการขายเงินดอลลาร์อาจส่งสัญญาณเชิงลบต่อนโยบาย “ดอลลาร์แข็งค่า” ที่ฝ่ายบริหารสหรัฐพยายามรักษาไว้ ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ากลไก “เยนแคร์รีเทรด” ที่เคยเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดอาจเริ่มอ่อนแรงลง ทำให้ต้องใช้มาตรการอื่นเข้ามาพยุงค่าเงินเยน

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ยังเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวดังกล่าวกับความกังวลที่ว่าญี่ปุ่นอาจลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หากค่าเงินยังอ่อนค่าต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระทบต่อตลาดพันธบัตรขนาดใหญ่ของสหรัฐ

ยุโรปไม่พอใจ หลังถูกกันออกจากการประสานงาน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ECB มองว่าการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเบี่ยงเบนจากธรรมเนียมการประสานงานที่มีมายาวนานหลายทศวรรษ โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการคลังสหรัฐได้ออกมาชี้แจงว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้กองทุนรักษาเสถียรภาพค่าเงิน (Exchange Stabilization Fund) เป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง โดยพิจารณาจากสภาพคล่องของตลาด มูลค่าสินทรัพย์ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องร่วมกับธนาคารกลางสหรัฐ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐแสดงความเห็นแย้งต่อเสียงวิจารณ์ โดยระบุว่าสหรัฐให้ความสำคัญกับความลับของการหารือกับพันธมิตร และเปรียบเทียบกับแนวทางการเปิดเผยข้อมูลของ ECB

ผลกระทบต่อตลาดและสิ่งที่ต้องจับตา

การแทรกแซงครั้งนี้ช่วยให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นจากระดับประมาณ 164 เยนต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ราว 158 เยนต่อดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย

ในด้านนโยบายการเงิน ตลาดประเมินความเป็นไปได้ราว 44% ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน โดย คาซุโอะ อูเอดะ ได้ส่งสัญญาณถึงความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผู้กำหนดนโยบายในยุโรปตั้งคำถามว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงกรณีเฉพาะหรือเป็นสัญญาณของแนวทางใหม่ของสหรัฐในการจัดการค่าเงินร่วมกับประเทศพันธมิตรในอนาคต ซึ่งอาจสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลกในระยะต่อไป

ที่มา : Yahoo Finance

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
warsh 1

วอร์ชส่งสัญญาณเปิดทางขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน หากเงินเฟ้อยังร้อนแรง ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐใกล้ชิด

14:58 น.

 
wgc

กองทุนทองคำโลกเริ่มฟื้น เงินไหลกลับ ETF หนุนราคาทองทะลุ 4,200 ดอลลาร์

14:06 น.

 
yen japan

ญี่ปุ่นทุ่ม 6.28 ล้านล้านเยน แทรกแซงค่าเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อ 30 เม.ย.

13:46 น.

 
saudi oil

สหรัฐฯ นำเข้าน้ำมันซาอุฯ เป็นศูนย์ครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี หลังขนส่งผ่านอ่าวเปอร์เซียสะดุด

13:44 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า