สหรัฐฯ นำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียเป็นศูนย์ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2528 ที่ไม่มีการขนส่งน้ำมันจากซาอุฯ เข้าสหรัฐฯ ตลอดทั้งเดือน โดยการหยุดชะงักดังกล่าวเป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบผ่านอ่าวเปอร์เซียเป็นวงกว้าง
ข้อมูลของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) ยืนยันว่า ไม่มีการขนส่งน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียมายังสหรัฐฯ ตลอดเดือนที่ผ่านมา ซึ่งแตกต่างจากช่วงต้นปีที่โรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐฯ ยังคงนำเข้าน้ำมันจากซาอุฯ มากกว่า 800,000 บาร์เรลต่อวัน
การขาดหายไปของน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียทำให้โรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐฯ ต้องหันไปจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่น หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซและผลกระทบจากสงครามผลักดันให้ราคาน้ำมันที่อิงกับราคามาตรฐานโลกปรับตัวสูงขึ้น
มาร์ก ลาเชียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Phillips 66 กล่าวว่า บริษัทได้ลดสัดส่วนการใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในโรงกลั่นลงเหลือต่ำกว่า 1% พร้อมส่งน้ำมันดิบชนิดเบาจากแหล่งผลิตในสหรัฐฯ ไปยังโรงกลั่นในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อทดแทนน้ำมันนำเข้าบางส่วน
โรงกลั่นน้ำมันรายอื่นของสหรัฐฯ ที่เคยพึ่งพาน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียในสัดส่วนสูง ได้แก่ Chevron และ PBF Energy ส่วน Motiva Enterprises ซึ่งเป็นเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเมืองพอร์ตอาร์เธอร์ รัฐเท็กซัส เป็นบริษัทที่ Saudi Aramco ถือครองทั้งหมด และโดยปกติใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นวัตถุดิบหลัก
ขณะเดียวกัน เวเนซุเอลาได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยโรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐฯ นำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นจากราว 100,000 บาร์เรลต่อวันเมื่อต้นปี
แม้ว่าที่ผ่านมาจะเคยมีบางสัปดาห์ที่การส่งมอบน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียมายังสหรัฐฯ ลดลงเหลือศูนย์ แต่เดือนก.ค. ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปีที่ไม่มีการส่งมอบน้ำมันจากซาอุฯ เข้าสหรัฐฯ ตลอดทั้งเดือน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Kpler คาดว่า การนำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียของสหรัฐฯ จะฟื้นตัวในเดือนส.ค.นี้ สู่ระดับประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเฉลี่ยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








