แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น +$39.93 ขานรับดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ร่วง หลังสหรัฐฯ – อิหร่าน ทำ MOU และดัชนี PCE สหรัฐฯ แผ่ว
Gold spot
สูงสุด – 4,516 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,366 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 68,250 บาท
ต่ำสุด – 67,800 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้มีการปรับตัวลง สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลง หลังจากคณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งครอบคลุมถึงการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้การขนส่งเชิงพาณิชย์ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ และอิหร่านจะเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่อยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ อีกทั้งสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือบางส่วนของอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านจะให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้เผยดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (เทียบรายเดือน) ออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ / ครั้งก่อน จากปัจจัยข้างต้น หนุนให้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด มีแนวโน้มลดลงในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 2.29 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกได้กลับตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับที่ 4,470 ดอลลาร์ ได้สำเร็จ จึงประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดระยะสั้น และอาจฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,537 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,420 ดอลลาร์ ทองโลกอาจเข้าสู่ระยะ Sideways Down อีกครั้ง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,470 และ 4,420 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,537 และ 4,550 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้นราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,470 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,420 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,537 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 69,100 และ 68,600 บาท
แนวต้าน : 69,650 และ 69,800 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 69,650 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 69,100 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,600 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











