แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองทรงตัวตามดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์ ขณะ
สหรัฐฯ – อิหร่าน ยังไม่มีทิศทางชัดเจน ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อของเฟด
Gold spot
สูงสุด – 4,295 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,256 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 67,900 บาท
ต่ำสุด – 67,450 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองโลกมีแนวโน้มกลับมาทรงตัวหลังปรับตัวลงแรง หลังจากดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เริ่มทรงตัวที่ระดับ 101.0 จุด หลังจากปรับตัวขึ้นมาหลายวัน อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีแนวโน้มพักตัวลงระยะสั้นอยู่ในบริเวณ 5.10% ในขณะที่ตลาดยังคงจับตาท่าทีสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน หลังปธน. มาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ระบุว่า การยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 7 เดือนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสหรัฐฯ หลังจากทางเจ้าหน้าที่อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าอาจเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายใน 7 วัน หากสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะมีทิศทางเชิงบวกเพื่อหนุนให้เงินเฟ้อภาคพลังงานและดอกเบี้ยเฟดมีแนวโน้มผ่อนคลายลง อันเป็นเหตุให้ทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม FedWatch Tool ของ CME Group ยังคงคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ต.ค. และ ธ.ค. 2026 หลังจากมีกรรมการเฟดหลายท่านแสดงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อท่ามกลางตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลงตลอดทั้งสัปดาห์นี้
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน ส.ค. และเวลา 21.00 น. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยม.มิชิแกน เดือน ก.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
ในช่วงเช้า ทองโลกมีการปรับตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,255 ดอลลาร์ ทำให้ภาพรวมอยู่ในระยะ Sideways จึงประเมินว่า ในระยะสั้นโลกอาจปรับตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,300 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,235 ดอลลาร์ ทองโลกอาจย่อตัวลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,255 และ 4,235 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,300 และ 4,325 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาลงทดสอบแนวรับบริเวณ 4,255 และ 4,235 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 2 ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,300 และ 4,325 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 67,450 และ 67,250 บาท
แนวต้าน 67,900 และ 68,100 บาท
แนะนำทยอยซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 67,450 และ 67,250 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 2 ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 67,900 และ 68,100 บาท











