แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองลงหลังดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์ ทรงตัว ขณะ
สต๊อกน้ำมันดิบลดลง หวั่นเงินเฟ้อพุ่งสูง
Gold spot
สูงสุด – 4,570 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,512 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 70,350 บาท
ต่ำสุด – 69,950 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์ ยังคงทรงตัว ในขณะที่วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ อย่าง โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันทั่วโลกถูกดึงออกมาใช้ในอัตราที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์ในเดือน พ.ค.นี้ เนื่องจากสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางส่งผลให้อุปทานปรับตัวลง ซึ่งการวิเคราะห์ของ Goldman Sachs มีความสอดคล้องกันกับนายฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ออกมาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์กำลังลดลงในอัตราที่รวดเร็วมากขึ้น และตลาดจะยังคงอยู่ในภาวะขาดแคลนอุปทานอย่างรุนแรงไปจนถึงเดือนต.ค. แม้ว่าความขัดแย้งจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดยังคงคาดการณ์ในภาพรวมว่า ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยของเฟดอาจยังทรงตัวสูงไปอีกระยะ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาคำกล่าวของ ปธน. ทรัมป์ ที่ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำข้อตกลงกับอิหร่าน ทำให้ตลาดยังคงติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ต่อไปว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และเวลา 20.45 น. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต / บริการ เดือน พ.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้า ราคาทองโลก ยังคงแกว่งตัวในกรอบ 4,510-4,570 ดอลลาร์ โดยประเมินว่า ราคาอาจยังแกว่งตัวในกรอบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากราคาปรับตัวหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,480 ดอลลาร์ อาจมีการปรับฐานลงแรงอีกครั้ง เนื่องจากแนวรับดังกล่าวยังคงเป็นแนวรับสำคัญ
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,510 และ 4,480 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,570 และ 4,590 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขาย หากราคาขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,570 ดอลลาร์ และทยอยซื้อหากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,510 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,480 ดอลลาร์ แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 69,750 และ 69,400 บาท
แนวต้าน 70,300 และ 70,500 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยแบ่งขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 70,300 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่ หากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 69,750 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 69,400 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











