แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น หลังดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ย่อตัว ขณะสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังร้อนระอุ
Gold spot
สูงสุด – 4,029 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 3,983 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 64,050 บาท
ต่ำสุด – 63,850 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังมีการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีการพักตัวลงชั่วขณะ ในขณะที่ FedWatch Tools ของ CME Group ยังคงคาดการณ์ถึง 87.7% ว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC ปลายเดือน ก.ค. นี้ จากเดิมที่ตลาดกังวลว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันดิบจากสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังไม่มีท่าทีที่จะยุติลง หลังกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้แถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อลดขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน เช่น คลังจัดเก็บขีปนาวุธ, โดรน, ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และโจมตีหน่วยต่าง ๆ ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้สงครามและเงินเฟ้อมีความยืดเยื้อ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการลดดอกเบี้ยของเฟด เป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ทองโลกสามารถยืนเหนือแนวรับใหม่ที่ 3,990 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้นทดสอบแนวต้านที่ 4,040 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 3,960 ดอลลาร์ ทองโลกมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ระยะทยอยซึมลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 3,990 และ 3,960 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,040 และ 4,060 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,040 ดอลลาร์ และซื้อสะสมใหม่หากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 3,990 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 3,960 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 63,550 และ 63,200 บาท
แนวต้าน 64,100 และ 64,300 บาท
แนะนำทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้านที่ 64,100 บาท และซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 63,550 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 63,200 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











