แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวในกรอบจำกัด
- ทองฟื้นตัวหลังดอลลาร์และยีลด์พักตัวลง ขณะโกลด์แมน แซคส์ คาดแบงก์ชาติทั่วโลกสะสมทองคำ แต่ระวังสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านระลอกใหม่
Gold spot
สูงสุด – 4,665 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,480 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 70,400 บาท
ต่ำสุด – 70,200 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ มีการย่อตัวลงระยะสั้น ในขณะที่ทีมนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ ทั่วโลกจะเพิ่มปริมาณการซื้อทองคำ โดยมีการคาดการณ์ว่า อาจมีการซื้อทองคำรวมกันเพิ่มขึ้นสู่ระดับเฉลี่ย 60 ตันต่อเดือนตลอดปี 2569 ซึ่งการประมาณการครั้งใหม่นี้ทำให้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะเวลา 12 เดือนของปริมาณการซื้อทองคำของธนาคารกลางในเดือนมี.ค. อยู่ที่ 50 ตัน เพิ่มขึ้นจากตัวเลขประมาณการเดิมที่ 29 ตัน จากปัจจัยข้างต้น ทำให้มีแนวโน้มสูงว่า ธนาคารกลางที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เล่นรายใหญ่อาจยังคงเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี นายเบนจามิน เนทันยาฮู และ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ต่อสายตรงหารือร่วมกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดฉากสู้รบกับอิหร่านอีกครั้ง ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคืออะไร และไม่ได้ระบุว่าตนคาดหวังให้อิหร่านทำสิ่งใดเพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ดังกล่าว จากปัจจัยข้างต้น อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบและเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นอีกครั้ง กดดันให้เฟดคงหรือขึ้นดอกเบี้ย และกดดันราคาทองคำลง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้า ราคาทองโลกสามารถฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับที่ระดับ 4,480 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 4,600 ดอลลาร์ ซึ่งราคาอาจผ่านขึ้นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม หากราคาทองโลกหลุดแนวรับที่ระดับ 4,420 ดอลลาร์ลงไป อาจส่งผลให้ราคาปรับฐานลงแรง เนื่องจากแนวรับดังกล่าวเป็นแนวรับสำคัญ
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,480 และ 4,420 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,600 และ 4,650 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขาย หากราคาขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,600 ดอลลาร์ และทยอยซื้อหากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,480 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,420 ดอลลาร์ แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 69,500 และ 69,000 บาท
แนวต้าน 71,000 และ 71,500 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยแบ่งขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 71,000 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่ หากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 69,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 69,000 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











