แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น, ดอลลาร์ / ยีลด์ลง จากตัวเลขเศรษฐกิจอ่อนแอ แต่สหรัฐฯ – อิหร่าน อาจเจรจายืดเยื้อ
Gold spot
สูงสุด – 4,416 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,367 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 68,900 บาท
ต่ำสุด – 68,650 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 2 ปี เริ่มมีทิศทางปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องมาจากเมื่อวันศุกร์ สหรัฐฯ ได้เผยตัวเลขยอดค้าปลีกและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาอ่อนแอกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ / ครั้งก่อน ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มไม่แสดงความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอน มีผลทำให้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความเสี่ยงหยุดชะงัก ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่จะหมดอายุลงในวันที่ 17 ส.ค. นี้ และทางฝั่งอิหร่านได้ประกาศกร้าวไม่คืนอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว อาจกระตุ้นให้ราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ และแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดปรับตัวขึ้น เป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือน เทียบรายเดือน ส.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกปรับตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับใหม่ที่ 4,390 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sidewaysจึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,430 ดอลลาร์ และอาจยังคงแกว่งตัวตามแนวรับ / ต้าน ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,370 ดอลลาร์ ทองโลกอาจมีการปรับฐานลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,390 และ 4,370 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,430 และ 4,450 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 4,430 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,390 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,370 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 68,500 และ 68,300 บาท
แนวต้าน 68,900 และ 69,100 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 68,900 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 68,500 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 68,300 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











