แนวโน้มราคาทอง
Sideways Up
- ทองขึ้น จากราคาน้ำมันดิบร่วง, นักวิเคราะห์หั่นเป้าราคาน้ำมัน ขณะทรัมป์ยืนยัน ช่องแคบฮอร์มุซ
ใช้งานได้ปกติ
Gold spot
สูงสุด – 4,340 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,306 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,800 บาท
ต่ำสุด – 66,500 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการปรับตัวลงต่อเนื่อง จากการที่ ปธน.ทรัมป์ ยืนยันระหว่างการประชุม G7 ว่าช่องแคบจะเปิดใช้งานอย่างปลอดภัยและไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทาง ในขณะที่ Morgan Stanley ได้ปรับลดราคาเฉลี่ยน้ำมัน Brent ในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. ลงเหลือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยประเมินว่าการส่งออกของอ่าวเปอร์เซียจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามได้ภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้ ซึ่งเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ 1 เดือน จากปัจจัยข้างต้น ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลว่าราคาน้ำมันดิบอาจไม่กระตุ้นให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงอีกหลังจากนี้ และอาจส่งผลให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม FedWatch Tool จาก CME Group ยังคงคาดการณ์ว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือน ม.ค. 2027 หลังจากเงินเฟ้อยังคงเป็นสิ่งที่เฟดมีความกังวลในระยะยาว
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้า ราคาทองโลกยังคงทยอยปรับตัวขึ้น และสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 4,320 ดอลลาร์ แต่ระยะสั้นอาจยังไม่เป็นขาขึ้นเต็มตัว จึงประเมินว่า ทองโลกอาจย่อตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,365 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,300 ดอลลาร์ ทองโลกอาจกลับมา Sideways เช่นเดิม
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,320 และ 4,300 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,365 และ 4,400 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,365 ดอลลาร์ และซื้อสะสมใหม่หากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,320 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,300 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 66,600 และ 66,400 บาท
แนวต้าน 66,900 และ 67,200 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 66,900 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 66,600 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 66,400 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











