แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น จากดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ร่วง หลัง
สหรัฐฯ – อิหร่าน ใกล้บรรลุข้อตกลง จับตาช่องแคบฮอร์มุซ
Gold spot
สูงสุด – 4,335 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,218 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,750 บาท
ต่ำสุด – 66,450 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกเริ่มมีการย่อตัวลงระยะสั้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงมีการปรับตัวลง สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลง หลังจากสหรัฐฯ – อิหร่านได้ออกมายืนยันการบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 เดือน โดยทางปธน.ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียว่า ข้อตกลงเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตตะวันออกกลางเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งทางฝั่งอิหร่านได้ออกมายอมรับเรื่องนี้ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม Phillip Nova ซึ่งเป็น Broker ชั้นนำของสิงคโปร์ ได้กล่าวว่า ความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน ส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานระดับสูงอีกนานหลายเดือน จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ในระยะสั้น ตลาดได้เริ่มคาดการณ์ว่า แนวโน้มราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดอาจปรับตัวลงในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ แต่ทว่ายังคงต้องจับตาราคาน้ำมันไปอีกระยะหนึ่ง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้า ราคาทองโลกได้ฟื้นตัวขึ้นหลังจากทดสอบแนวรับที่ 4,300 ดอลลาร์ แต่ระยะสั้นยังคงมีแรงซื้อที่สูงเกินไป (Overbought) จึงประเมินว่า ทองโลกอาจย่อตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,365 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,270 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับตัวลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,300 และ 4,270 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,365 และ 4,400 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,365 ดอลลาร์ และซื้อสะสมใหม่หากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,300 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,270 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,700 และ 65,400 บาท
แนวต้าน 67,650 และ 67,950 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 67,650 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,700 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,400 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











