แนวโน้มราคาทอง
พักฐานระยะสั้น
- ตลาดจับตาความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนรัสเซีย–ยูเครน
Gold spot
สูงสุด – 4,168 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,142 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,200 บาท
ต่ำสุด – 65,950 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวจากการประชุม IMF–World Bank วันนี้ IMF ออกมาเตือนว่าอาเซียนกำลังเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงาน การเปลี่ยนแปลงของการค้าโลก และความผันผวนของสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าพลังงานอย่างไทยและฟิลิปปินส์ พร้อมแนะให้รัฐบาลวางแผนการคลังระยะยาวและเพิ่มความร่วมมือด้านพลังงาน เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ดีลพลังงานระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียยังถูกจับตา หลังรัฐบาลทรัมป์เปิดทางให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดีเซลสู่ตลาดโลก เพื่อเพิ่มอุปทานและบรรเทาแรงกดดันด้านราคาพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะเพียงพอกดราคาลงได้หรือไม่ ขณะที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับความพยายามผลักดันการเจรจาระหว่างรัสเซีย–ยูเครน และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ขณะที่ทรัมป์เตรียมเดินหน้าสำรวจน้ำมัน ก๊าซ และแร่ธาตุครั้งใหญ่ในกรีนแลนด์ พร้อมย้ำความสำคัญด้านความมั่นคงของพื้นที่ ขณะเดียวกันระบุว่าไต้หวันตกลงซื้อ LNG จากโครงการ Alaska LNG ในสัดส่วน 30% เป็นเวลา 20 ปี ท่ามกลางความต้องการพลังงานของไต้หวันที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เตรียมเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน ก.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองคำเริ่มหลุดแนวรับที่ 4,150 ดอลลาร์ลงมา จึงประเมินว่าราคาทองอาจสามารถฟื้นตัวกลับจากแนวรับสำคัญที่ 4,100-4,125 ดอลลลาร์ขึ้นมา และอาจยังเคลื่อนตัวในกรอบเดิมที่ 4,125-4,180 ดอลลาร์
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,125 และ 4,100 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,175 และ 4,200 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,125 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน โดยมีเป้าหมายทำกำไร บริเวณแนวต้านที่ 4,175 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,750 และ 65,550 บาท
แนวต้าน 66,200 และ 66,500 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,750 บาท และหากราคาหลุดแนวรับที่ 65,550 บาทลงไปแนะนำขายตัดขาดทุน โดยมีเป้าหมายทำกำไร บริเวณแนวต้านที่ 66,200 บาท











