แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองทรงตัวหลังบอนด์ยีลด์อายุ 10 และ 30 ปี
ฟื้นตัวขึ้น ขณะสหรัฐฯ – อิหร่าน อ้างสิทธิ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
Gold spot
สูงสุด – 4,363 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,311 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 68,250 บาท
ต่ำสุด – 67,850 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงทรงตัว จากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 30 ปี มีแนวโน้มทรงตัวยืนเหนือระดับ 4.60% และ 5.20% ขึ้นไป สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI เริ่มมีการฟื้นตัวขึ้น หลังตลาดมีความกังวลที่สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล พร้อมกับใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน หลังจากที่ทางอิหร่านได้แสดงความจงใจยืดเยื้อสงครามกับสหรัฐฯ จนกว่าปธน.ทรัมป์ จะหมดวาระ ในขณะที่ปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเนื่องจากทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิ์ในการควบคุมช่องแคบดังกล่าว จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ และการคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดของตลาดยังคงมีความผันผวน ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยยอดค้าปลีกพื้นฐานเดือนก.ค. เทียบรายเดือน, ยอดค้าปลีกเดือนก.ค. เทียบรายเดือน / รายปี และเวลา 21.00 น. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย ม.มิชิแกน เดือน ส.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกปรับตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับใหม่ที่ 4,311 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,360 และ 4,385 ดอลลาร์ โดยภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways ตามแนวรับ / ต้าน ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,290 ดอลลาร์ ทองโลกอาจต้องสร้างฐานใหม่อีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,311 และ 4,290 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,360 และ 4,385 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 4,360 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,311 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,290 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 67,850 และ 67,600 บาท
แนวต้าน 68,400 และ 68,600 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 68,400 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 67,850 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 67,600 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











