แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวขึ้นระยะสั้น
- ทองฟื้นตัวขึ้น จากการรีบาวด์ของกราฟทางเทคนิค
แต่ความเสี่ยงสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านยังไม่จบ
Gold spot
สูงสุด – 4,117 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,023 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 64,100 บาท
ต่ำสุด – 63,400 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกเริ่มมีการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีมีการย่อตัวลง ในขณะที่ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) ของกราฟทางเทคนิคราย 1 วัน ได้แสดงถึงแรงเทขายที่สูงเกินไป (Oversold) จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ราคาทองคำมีการฟื้นตัวขึ้นในทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่ประเทศอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเรือทุกประเภททันที ซึ่งสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวที่ปะทุขึ้น ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งความเสี่ยงในส่วนของราคาน้ำมันดิบที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ท่ามกลางแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่เร่งตัวขึ้นจนสร้างความกังวลด้านนโยบายการเงินของเฟดที่อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. 2026
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.15 น. เผยการประชุมธนาคารกลางยุโรป , เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน พ.ค. เทียบรายเดือน / รายปี , จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้า ราคาทองโลกฟื้นตัวขึ้นหลังจากทดสอบแนวรับที่ 4,052 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมก็ยังคงเป็นการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้น จึงประเมินว่า ทองโลกอาจย่อตัวลงอีกครั้งหลังทดสอบแนวต้านที่ 4133 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,025 ดอลลาร์ ทองโลกอาจเสี่ยงปรับฐานลงตามเดิม
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,052 และ 4,025 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,133 และ 4,170 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,133 ดอลลาร์ และซื้อสะสมใหม่หากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,052 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,025 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 63,300 และ 63,000 บาท
แนวต้าน 64,200 และ 64,650 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 64,200 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 63,300 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 63,000 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











