แนวโน้มราคาทอง
พักฐานระยะสั้น
- สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดด้านเทคโนโลยีและแรงงาน สกัดภัยไซเบอร์ และส่งเสริมการจ้างงานชาวอเมริกัน
Gold spot
สูงสุด – 4,207 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,130 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,650 บาท
ต่ำสุด – 66,350 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดทั้งด้านเทคโนโลยีและแรงงาน โดยเข้ายึดโดเมน 7 แห่งที่เชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์จีน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐฯ ระงับสิทธิบริษัทไอทีหลายแห่ง รวมถึง Microsoft และ Adobe จากโครงการรับรองแรงงานต่างชาติเพื่อขอกรีนการ์ด พร้อมเดินหน้าปฏิรูปวีซ่า เพื่อผลักดันการจ้างแรงงานอเมริกันเพิ่มมากขึ้น ด้านญี่ปุ่น คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎหมายลดภาษีการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มจาก 8% เหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี พร้อมเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะใช้งบประมาณรวมราว 10 ล้านล้านเยน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน อย่างไรก็ตาม การใช้งบประมาณจำนวนมากสร้างความกังวลต่อสถานะทางการคลังของญี่ปุ่น นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมจัดตั้งกองทุนร่วมภาครัฐและเอกชนมูลค่าสูงสุด 5 พันล้านเยน เพื่อช่วยเหลือธุรกิจในจังหวัดคุมาโมโตะที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดยมุ่งบรรเทาภาระหนี้และสนับสนุนเงินทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เตรียมเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย ม.มิชิแกน เดือน ต.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
หลังราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ กลับต้องเผชิญแรงขายและย่อตัวลงอีกครั้ง โดยประเมินว่าราคาอาจสามารถฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับที่ 4,150-4,165 ดอลลาร์
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,155 และ 4,125 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,195 และ 4,220 ดอลลาร์
ราคาทองโลกที่ฟื้นตัวขึ้นอาจยังติดแนวต้านที่ 4,195 ดอลลาร์ จึงอาจแบ่งทำกำไรจากแนวต้านดังกล่าว และหากราคาย่อตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,155 ดอลลาร์ อาจใช้เป็นจังหวะในการเข้าสะสมเพิ่มเติม
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 66,100 และ 65,800 บาท
แนวต้าน 66,550 และ 66,800 บาท
ราคาทองแท่งที่ฟื้นตัวขึ้นอาจยังติดแนวต้านที่ 66,550 ดอลลาร์ จึงอาจแบ่งทำกำไรจากแนวต้านดังกล่าว และหากราคาย่อตัวลงทดสอบแนวรับที่ 66,100 ดอลลาร์ อาจใช้เป็นจังหวะในการเข้าสะสมเพิ่มเติม











