แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองลง จากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ฟื้นตัวขึ้น ขณะ
ฮอร์มุซกลับมาเดือดอีกครั้ง จับตาจีน – สหรัฐฯ ประเด็นเรือดำน้ำนิวเคลียร์
Gold spot
สูงสุด – 4,168 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,117 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 65,400 บาท
ต่ำสุด – 65,100 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงมีการปรับฐาน จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัวที่ระดับ 100 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.50% อีกครั้ง ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังความกังวลด้านความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งซึ่งแล่นอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซนอกชายฝั่งโอมานถูกกระสุนโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังคงอยู่ในระดับสูง จากปัจจัยข้างต้น อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง เนื่องจากราคาน้ำมันอาจกระตุ้นเงินเฟ้อและความกังวลของเฟดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามความขัดแย้งระหว่างจีน – สหรัฐฯ เริ่มกลับมาร้อนระอุ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ได้แสดงปฏิกิริยาต่อการที่จีนทดสอบยิงขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์จากเรือดำน้ำ พร้อมกับย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องบรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ซึ่งหากความตึงเครียดนี้มีการปะทุหรือบานปลายขึ้น อาจหนุนให้ทองคำปรับตัวขึ้นได้ในภายหลัง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยดุลการค้าเดือน พ.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ทองโลกปรับตัวขึ้นหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,115 ดอลลาร์ โดยภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways จึงประเมินว่า ทองโลกอาจฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหลังทดสอบแนวรับที่ 4,160 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,095 ดอลลาร์ ทองโลกมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,115 และ 4,095 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,160 และ 4,185 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้นราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,115 ดอลลาร์ โดยหากราคาหลุดแนวรับ 4,095 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขาย
ทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,160 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 64,900 และ 64,700 บาท
แนวต้าน 65,300 และ 65,600 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมหากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 64,900 บาท โดยหากราคาหลุดแนวรับถัดไปที่ 64,700 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไรบริเวณแนวต้านที่ 65,300 บาท











