แนวโน้มราคาทอง
ปรับตัวขึ้น
- ทองขึ้น จากดอลลาร์อ่อน หลังขุนคลังสหรัฐฯ
เผยแทรกแซงเงินเยน ขณะสันติภาพสหรัฐฯ – อิหร่าน คืบหน้า
Gold spot
สูงสุด – 4,179 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,065 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 65,500 บาท
ต่ำสุด – 64,500 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังมีแนวโน้มย่อตัวไม่สามารถทะลุ 100 หน่วยได้ ในขณะที่แบงก์ชาติญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. โดยระบุว่า กรรมการบางส่วนของ BOJ สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยชี้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะยาวอันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ อีกทั้งก่อนหน้านี้ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ เผยว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าร่วมแทรกแซงตลาดเงินร่วมกับญี่ปุ่น เนื่องจากมองว่าการอ่อนค่าลงอย่างหนักของเงินเยนถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในเอเชีย จากปัจจัยข้างต้น อาจหนุนให้เงินเยนกลับมาแข็งค่า ดอลลาร์อ่อนค่า เป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ นอกจากปัจจัยด้านค่าเงินแล้ว รัฐบาลกาตาร์ได้เปิดเผยว่า ร่างข้อเสนอระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านได้ถูกจัดทำขึ้นแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้ง 2 ประเทศต่างส่งสัญญาณเชิงบวกว่า การเจรจามีความคืบหน้าและอาจนำไปสู่การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งปัจจัยนี้อาจหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด มีแนวโน้มลดลงในอนาคต เป็นอีก 1 ปัจจัยบวกต่อทองเช่นกัน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 19.15 น. สหรัฐฯ เผยการจ้างงานนอกภาคเกษตรจาก ADP เดือน ก.ค. และเวลา 21.00 น. ดัชนี PMI ภาคการบริการ ISM เดือน ก.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกสามารถปรับตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับใหม่ที่ 4,140 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบแนวต้านที่ 4,200 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,115 ดอลลาร์ ทองโลกอาจกลับมา Sideways เช่นเดิม
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,140 และ 4,115 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,200 และ 4,225 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,140 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,115 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,250 และ 65,000 บาท
แนวต้าน 65,850 และ 66,050 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 65,850 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 65,250 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 65,000 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











