แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวขึ้นระยะสั้น
- ทองลง หลังน้ำมันดิบพุ่ง จาก MOU สหรัฐฯ – อิหร่าน ยังมีความไม่แน่นอนสูง
Gold spot
สูงสุด – 4,545 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,492 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 69,800 บาท
ต่ำสุด – 69,400 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการปรับตัวขึ้น หลังอิหร่านได้มีการรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า อิหร่านจะดำเนินการแก้ไขเนื้อหาในร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่อาจเกิดขึ้นร่วมกับสหรัฐฯ หลังจากได้รับแถลงการณ์ตอบรับล่าสุดจากฝั่งสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ที่ระบุว่า สหรัฐฯ ได้แก้ไขเนื้อหาบางส่วนในร่าง MoU และส่งกลับไปให้อิหร่านแล้ว ทั้งนี้ อิหร่านได้เน้นย้ำว่าจะยอมรับเฉพาะร่างข้อตกลงที่เห็นพ้องต้องกันเท่านั้น และการแก้ไขข้อความโดยสหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่าอิหร่านให้การอนุมัติแต่อย่างใด จากปัจจัยข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า การทำ MOU ระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงมีความไม่แน่นอนที่สูงมาก ซึ่งทำให้ตลาดยังไม่สามารถคลายความกังวลราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดได้เต็ม 100% ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 21.00 น. สหรัฐฯ เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM เดือน พ.ค., ดัชนีราคาภาคการผลิตจาก ISM เดือน พ.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกยังคงมีการปรับฐานลงต่อเนื่อง แต่ระยะสั้นคาดว่าอาจสามารถฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับที่ 4,480 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายการฟื้นตัวที่ 4,510 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,455 ดอลลาร์ อาจปรับฐานลงแรง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,480 และ 4,455 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,510 และ 4,525 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้นราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,480 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,455 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,510 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 69,150 และ 68,850 บาท
แนวต้าน 69,600 และ 69,800 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมหากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 69,150 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,850 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่บริเวณแนวต้านที่ 69,600 บาท











