ซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า มี 14 ประเทศสนับสนุนข้อเสนอจัดตั้ง พันธมิตรป้องกันทางทะเล (Maritime Defense Alliance) เพื่อร่วมรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ขยายวงกว้าง และเริ่มส่งผลต่อการค้าโลก
พันธมิตรดังกล่าวมีเป้าหมายดูแลความปลอดภัยบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ และ ช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของโลก หลังสถานการณ์ในภูมิภาคทวีความตึงเครียดต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังอียิปต์เปิดเผยว่า เรือสินค้า 2 ลำถูกโดรนโจมตีที่ท่าเรือดาเมียตตา แม้ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่หากยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในภูมิภาค จะถือเป็นครั้งแรกที่อียิปต์ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตสหรัฐฯ-อิหร่าน
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ได้เปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์หลายลำเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และพบการรบกวนสัญญาณ GPS ในเส้นทางเดินเรือสำคัญ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งสินค้า
ข้อมูลจาก MarineTraffic ยังชี้ว่า จำนวนเรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังต่ำกว่าระดับปกติก่อนเกิดความขัดแย้ง สะท้อนว่าผู้ประกอบการเดินเรือยังคงระมัดระวังการใช้เส้นทางดังกล่าว
การผลักดันจัดตั้งพันธมิตรทางทะเลสะท้อนความพยายามของหลายประเทศในการปกป้องเส้นทางการค้าสำคัญของโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ ต้นทุนโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ อาจยังได้รับความสนใจจากนักลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงสูง
ที่มา : การเงินธนาคาร








