ราคาน้ำมันดิบ (Brent) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีในวันนี้ (30 เม.ย.) หลังจากสำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) จะเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันนี้ เพื่อแจ้งแผนการใหม่สำหรับการดำเนินการทางทหารต่ออิหร่านที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 6.84% แตะระดับ 126.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้น 3.14% แตะที่ 110.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าว Axios ว่า CENTCOM ได้เตรียมแผนการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ที่ใช้เวลาสั้น ๆ และรุนแรง ซึ่งน่าจะรวมถึงเป้าหมายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า อีกแผนการหนึ่งที่คาดว่าจะมีการนำเสนอต่อปธน.ทรัมป์ คือการมุ่งเน้นไปที่การยึดพื้นที่บางส่วนของช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเปิดเส้นทางให้เรือพาณิชย์สามารถแล่นผ่านได้อีกครั้ง โดยระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวอาจต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดิน
นอกจากนี้ Axios ระบุว่า สหรัฐฯ คาดหวังที่จะทำให้อิหร่านมีความยืดหยุ่นมากขึ้นบนโต๊ะเจรจาเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์ ส่วนแผนทางเลือกอื่นที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาในระหว่างการนำเสนอต่อปธน.ทรัมป์คือปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษ เพื่อควบคุมคลังเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน
ทั้งนี้ Axios ยังคาดว่า พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม จะเข้าร่วมการรายงานต่อปธน.ทรัมป์ในวันนี้ด้วย
ด้านโกลด์แมน แซคส์ ประมาณการว่า การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ลดลงเหลือเพียง 4% ของระดับปกติ ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่หยุดชะงักลง และการที่สหรัฐ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านนั้น ส่งผลให้อุปทานน้ำมันอยู่ในภาวะที่ตึงตัวมากขึ้น
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








