CNN – ท่าทีด้านนโยบายต่างประเทศของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลล่าสุดสะท้อนภาพความแข็งกร้าวที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในปีนี้ที่สหรัฐได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านและเวเนซุเอลาไปแล้ว และยังมีสัญญาณว่ากำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการเคลื่อนไหวต่อคิวบา
เมื่อพิจารณาในเชิงสถิติ พบว่าทรัมป์ได้เคยข่มขู่หรือใช้กำลังกับประเทศต่าง ๆ รวมแล้ว 15 ประเทศ จากเกือบ 200 ประเทศทั่วโลก หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 13 ของประเทศทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูง
ประเทศเหล่านี้รวมกันมีประชากรคิดเป็นประมาณ 1 ใน 11 ของประชากรโลก สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนจำนวนมากทั่วโลกต้องอยู่ภายใต้ความกังวลว่าอาจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางทหารที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ในมิติของภูมิภาค ตะวันออกกลางถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับแรงกดดันมากที่สุด โดยมีถึง 5 ประเทศในภูมิภาคนี้ที่เคยตกเป็นเป้าหมายของการข่มขู่หรือการดำเนินการทางทหาร ทั้งที่ในภูมิภาคดังกล่าวมีจำนวนประเทศไม่มากนัก
ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของสหรัฐไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภูมิภาคเดียว แต่ขยายไปแล้วอย่างน้อย 4 ทวีปหลักของโลก ได้แก่ แอฟริกา เอเชีย อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงดินแดนในยุโรปอย่างกรีนแลนด์ ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์ก ในบริบทของความสนใจเชิงยุทธศาสตร์
นอกจากการข่มขู่หรือใช้กำลังแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ แนวคิดในการขยายอิทธิพลของสหรัฐ โดยมีอย่างน้อย 5 พื้นที่ที่ถูกระบุว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐในอนาคต ได้แก่ แคนาดา คิวบา กรีนแลนด์ ปานามาในส่วนของคลองปานามา และเวเนซุเอลา
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางนโยบายที่มีความเชิงรุกมากขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการยกระดับความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก แม้บางกรณีจะยังคงอยู่ในระดับคำขู่ แต่จากการที่มีการลงมือปฏิบัติจริงในบางประเทศแล้ว ทำให้ความเสี่ยงดังกล่าวไม่อาจมองข้ามได้
แหล่งที่มา : CNN







