กลุ่มฮูตีในเยเมนเปิดเผยในช่วงค่ำวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ว่า ทางกลุ่มได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตี เป้าหมายที่มีความอ่อนไหวสูง ในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงสถานประกอบการของบริษัทอารัมโก (Aramco) ในเมืองยันบุ ซึ่งเป็นเมืองท่าริมฝั่งทะเลแดง นับเป็นการโจมตีระยะไกลระลอกใหม่ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งกับซาอุดีอาระเบียที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
แถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์อัล-มาสิราห์ (Al-Masirah) ซึ่งดำเนินงานโดยกลุ่มฮูตี ระบุว่า ยาห์ยา ซารี โฆษกทางการทหารของกลุ่มฮูตี เปิดเผยว่า กองกำลังติดอาวุธฮูตีได้ดำเนินปฏิบัติการแยกกัน 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งมุ่งเป้าไปที่พื้นที่ในกรุงริยาด และอีกครั้งหนึ่งมุ่งเป้าไปที่สถานประกอบการอารัมโกในเมืองยันบุ
ซารีกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวใช้ขีปนาวุธทิ้งตัว ขีปนาวุธร่อน และโดรนจำนวนหนึ่ง พร้อมอ้างว่า ปฏิบัติการทั้งสองประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ซารีไม่ได้ระบุชัดเจนถึงเป้าหมายในกรุงริยาด และไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายหรือจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด
ซารีระบุเสริมว่า การโจมตีระลอกนี้มีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่กองกำลังซาอุดีอาระเบียยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศและยิงขีปนาวุธใส่พื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุมในเยเมนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ซารียังอ้างอีกว่า กองกำลังซาอุฯ ได้โจมตีทางอากาศและยิงขีปนาวุธรวมทั้งสิ้น 1,018 ครั้ง นับตั้งแต่ความขัดแย้งระลอกล่าสุดเริ่มต้นขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน
โฆษกกลุ่มฮูตียืนยันว่า ทางกลุ่มจะเดินหน้าปฏิบัติการตอบโต้ต่อไป ตราบใดที่ปฏิบัติการทางการทหารของซาอุฯ ยังคงดำเนินอยู่ พร้อมกับย้ำถึงนโยบายที่ซารีระบุว่าเป็นการ ยกระดับความรุนแรงเพื่อตอบโต้การยกระดับ (escalation for escalation)
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การโจมตีโต้ตอบล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปะทะกันที่ขยายวงกว้างขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตี โดยทั้งสองฝ่ายได้ยกระดับการโจมตีระยะไกลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการสู้รบทางบกที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในเยเมน
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








